

สามารถเลือกซื้อ เครื่องตบดิน และสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง ประเภทอื่นๆ ทุกขนาด ส่งทั่วไทย ในราคาโรงงาน ได้ที่นี่ วันสต๊อกโฮม
รายการสินค้า เครื่องตบดิน ทั้งหมด










คำถาม
เครื่องตบดิน คืออะไรและทำงานอย่างไร
เครื่องตบดิน คือเครื่องจักรกลก่อสร้างที่ใช้สำหรับบดอัดดิน ทราย หรือหินคลุก ให้มีความหนาแน่นสูงขึ้นเพื่อลดการทรุดตัวของพื้นผิวในอนาคต โดยอาศัยแรงกระแทกในแนวดิ่งจากกลไกภายในเครื่องเพื่อไล่อากาศและช่องว่างในเนื้อดิน ทำให้พื้นผิวมีความมั่นคงแข็งแรง รองรับการเทคอนกรีตหรือการปูวัสดุผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องตบดินมีกี่ประเภทและใช้ทำอะไร
เครื่องตบดินที่ใช้ในงานก่อสร้างแบ่งตามลักษณะการทำงานและจุดประสงค์การใช้งานหลักได้เป็น 3 ประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และขนาดของหน้างาน ดังนี้
1. เครื่องตบดินแบบกระโดด (Tamping Rammer)
ใช้สำหรับงานบดอัดในพื้นที่แคบ เช่น ร่องระบายน้ำ รอบเสาเข็ม หรือการขุดดินเพื่อวางท่อ ซึ่งต้องการแรงกดสูงในแนวดิ่งเพื่อให้ดินแน่นลึก
2. เครื่องตบดินแบบสั่น/แบบเดินตาม (Plate Compactor)
ใช้สำหรับการบดอัดพื้นที่กว้างและราบเรียบ เช่น การเตรียมพื้นดินก่อนเทพื้นบ้าน การปูบล็อกปูถนน หรือการตบหินคลุกให้เรียบเสมอกัน
3. เครื่องตบดินแบบลูกกลิ้ง (Roller)
ใช้สำหรับงานบดอัดพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการความสม่ำเสมอของผิวหน้าดินสูง โดยใช้การหมุนของลูกกลิ้งในการรีดเนื้อดินให้แน่น
การเลือกขนาดและสเปคเครื่องตบดิน
การเลือกเครื่องตบดินต้องพิจารณาจากกำลังเครื่องยนต์และประเภทของเครื่อง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการบดอัดที่เหมาะสมกับราคาที่ลงทุน ซึ่งในตลาดประเทศไทยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและเป็นมาตรฐานในงานก่อสร้าง ได้แก่ MARTON และ Mikawa โดยมีรายละเอียดคุณลักษณะดังนี้
| ประเภทเครื่องตบดิน | ตัวอย่างรุ่น/แบรนด์ | ลักษณะการใช้งาน | กำลังเครื่องยนต์ (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|
| แบบกระโดด | MARTON HGC80 / Mikawa | พื้นที่แคบ, ร่องระบายน้ำ | 6.5 HP (4 จังหวะ) |
| แบบเดินตาม/แบบสั่น | Mikawa PC-90FW / PC-120RV | พื้นราบ, งานทางเท้า, ปรับระดับดิน | ตามขนาดเครื่องยนต์ |
| แบบลูกกลิ้ง/สปริง | MARTON MT-RM75 GX160 | งานบดอัดหินคลุก, งานถนน | เครื่องยนต์ GX160 |
ข้อควรระวังในการใช้งานเครื่องตบดินในหน้างาน
เพื่อให้เครื่องตบดินทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน ผู้ควบคุมควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมใช้งานเสมอ สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะควรเลือกใช้น้ำมันที่เหมาะสมเพื่อป้องกันเครื่องยนต์น็อก นอกจากนี้ การตรวจสอบความชื้นของดินก่อนการตบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากดินแห้งหรือแฉะเกินไป แรงบดอัดจะไม่สามารถทำให้ดินแน่นได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม ซึ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและราคาของรุ่นต่างๆ ได้ที่ OneStockHome


