เปลี่ยนบ้านร้อนให้บ้านเย็น ด้วยฉนวนกันความร้อน กับ เคี้ยว อนวัช คิมหสวัสดิ์ EP3 I วันสต๊อกโฮม ลิฟวิ่งรูม!

EP3: เคล็ดไม่ลับ เปลี่ยนบ้านร้อนให้บ้านเย็น ด้วยฉนวนกันความร้อน
รายการ วันสต๊อกโฮม ลิฟวิ่งรูม! เกร็ดความรู้ เคล็ด "ไม่ลับ" เกี่ยวกับบ้านและวัสดุก่อสร้าง โดย “เคี้ยว” อนวัช คิมหสวัสดิ์
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่รายการ OneStockHome Living Room! เกร็ดความรู้ เคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับบ้านและวัสดุก่อสร้าง ผม “เคี้ยว” อนวัช คิมหสวัสดิ์ CEO บริษัท วันสต๊อกโฮม วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง เคล็ดไม่ลับ เปลี่ยนบ้านร้อนให้บ้านเย็น ด้วยฉนวนกันความร้อน เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกคน หน้าร้อนปีนี้ร้อนสุดขีดกันเลยทีเดียวนะครับ บางปีเรายังเห็นเป็นสีส้มๆ แดงๆ ปีนี้ ดำมาเน้นๆ กันไปเลยนะครับ เวลาทุกคนเห็นการรายงานการพยากรณ์อากาศ เค้าจะใช้สีการแสดงระดับความร้อน
- เหลือง : ตั้งแต่ 20 องศาขึ้นไป แต่น้อยกว่า 25 องศา
- ส้ม : ตั้งแต่ 25 องศาขึ้นไป แต่น้อยกว่า 30 องศา
- แดง : ตั้งแต่ 30 องศาขึ้นไป แต่น้อยกว่า 35 องศา
- แดงเลือดหมู : ตั้งแต่ 35 องศาขึ้นไป แต่น้อยกว่า 38 องศา
- แดงดำ : ตั้งแต่ 38 องศาขึ้นไป แต่น้อยกว่า 40 องศา
- ดำ : ตั้งแต่ 40 องศาขึ้นไป
สำหรับปีนี้ ดำมาเน้นๆ หลายภูมิภาควัดอุณหภูมิได้ 40 องศากันไปเลยครับผม อันนั้นเป็นระดับอุณหภูมิ แต่สำหรับค่า RealFeel หรือค่าอุณหภูมิ ที่เรารู้สึกจริงๆ จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ที่ว่ากันว่าประเทศไทยมี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและร้อนมาก ก็เป็นเรื่องจริงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ สังเกตได้จากยอดขายพัดลม-เครื่องปรับอากาศพุ่งกระฉูดทุกปี แต่มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ วันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่อง เคล็ดไม่ลับ เปลี่ยนบ้านร้อนให้บ้านเย็น ด้วยฉนวนกันความร้อน กันอย่างไร มันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่าย-ค่าไฟ ไม่ต้องกระหน่ำเปิดพัดลม เปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงหน้าร้อนกันตลอดทั้งวันกันครับ
บ้านร้อนเกิดจากอะไร
“บ้าน” เราจะอยู่บ้านแบบมีความสุขได้ ก็อยู่ที่ว่าบ้านเราจะเย็นสบายมากแค่ไหน การทำให้บ้านเย็นสบายได้ตลอด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนในบ้านมีความสุขได้มากยิ่งขึ้น
- ถาม – บ้านร้อนเกิดจากอะไร
- ตอบ – ก็แสงแดดงัย ไม่ผิดครับๆ 555
ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจสาเหตุหลักของปัญหาบ้านร้อน เพื่อให้เห็นภาพการกระจายของความร้อนภายในบ้านกันก่อนครับ บ้านร้อนเกิดจากรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์แผ่เข้ามาในบ้าน ผ่านเข้ามาทางหลังคา ส่งมาถึงฝ้าเพดาน และส่งลงไปยังห้องต่างๆ ภายในตัวบ้าน วิธีการรับมือแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ การหาตัวช่วยมาป้องกันความร้อนเหล่านั้นไม่ให้ทะลุเข้ามาภายในบ้านได้ซึ่งสิ่งที่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ตรงจุดคือ “ฉนวนกันความร้อน” ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่ใช้ป้องกันไม่ให้ความร้อนทะลุจากด้านหนึ่งสู่อีกด้านหนึ่ง โดยมักจะติดไว้ใต้หลังคา บนฝ้า หรือในผนัง
เลือก ฉนวนกันความร้อน แบบไหนดี
ฉนวนกันความร้อนที่วางขายในตลาดมีหลายประเภท การเลือกฉนวนกันความร้อนนั้นจะขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน หากให้เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของฉนวนกันความร้อนแต่ละประเภท ก็ต้องพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าของราคาร่วมด้วย ฉนวนกันความร้อนหลักๆ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 ประเภท
1. ฉนวนใยแก้ว (FIBER GLASS)
มีลักษณะเป็นเส้นใยแก้วขนาดเล็กประสานกัน ทำให้เกิดฟองอากาศที่ทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ภายใน
การติดตั้ง : ติดตั้งเหนือฝ้า , ติดตั้งใต้แผ่นหลังคา , ติดตั้งบนผนัง
ข้อดี : ทนความร้อนสูง ป้องกันความร้อนได้ดี ป้องกันเสียงได้ดี มีคุณสมบัติไม่ลามไฟ ติดตั้งได้ง่าย หาซื้อได้ง่าย
ข้อเสีย : หากเกิดการฉีกขาด ใยแก้วอาจจะเป็นอันตรายต่อคนที่แพ้
ราคาเฉลี่ย : ตารางเมตรละ 150 – 300 บาท
2. ฉนวนอลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil Coated Insulation)
มีลักษณะคล้ายกับแผ่นฟอยล์ทั่วไป แต่จะมีความหนา เหนียว และมีความทนทานกว่า
การติดตั้ง : ติดตั้งใต้หลังคา
ข้อดี : เบาและบางที่สุด สะท้อนรังสียูวีได้ดี มีความเหนียว เข้ารูปง่าย ไม่ติดไฟ และไม่ลามไฟ
ข้อเสีย : สะท้อนความร้อนได้อย่างเดียว ไม่ป้องกันความร้อน,ไม่ป้องกันเสียง
ราคาเฉลี่ย : ตารางเมตรละ 30 – 80 บาท
3. ฉนวนกันความร้อน โพลียูรีเทน (Polyurethane Foam)
ฉนวนกันความร้อนที่ผลิตด้วย พอลิยูรีเทนโฟม หรือเรียกอีกอย่างว่า โฟม PU หรือโฟมเหลือง
การติดตั้ง : ฉีดพ่นใต้หลังคา , ติดตั้งเหนือฝ้า (แบบแผ่น) , ติดตั้งบนผนัง
ข้อดี : มีทั้งฉนวนแผ่นและพ่น ยึดเกาะได้กับทุกพื้นผิว, ป้องกันน้ำและการรั่วซึม, ป้องกันทั้งความร้อนและความเย็น
ข้อเสีย : ติดไฟง่าย ลามไฟง่าย เสื่อมสภาพได้ง่ายหากสัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงเกินไป
ราคาเฉลี่ย : ตารางเมตรละ 400 – 500 บาท
4. ฉนวนกันความร้อน AIR BUBBLE
มีลักษณะเป็นฟอยล์ประกบไว้กับบับเบิ้ลฟองอากาศ
การติดตั้ง : ติดตั้งเหนือฝ้า , ติดตั้งใต้แผ่นหลังคา , ติดตั้งบนผนัง
ข้อดี : มีคุณสมบัติป้องกันและสะท้อนความร้อนได้ในตัว
ข้อเสีย : หากฟองอากาศข้างในแตกจนหมด จะป้องกันความร้อนน้อยลง เป็นเพียงแค่แผ่นสะท้อนความร้อน, ผลิตขึ้นจากพลาสติก โดยชนิดพลาสติกจะขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ต้องมีส่วนผสมของสารกันไฟเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย
ราคาเฉลี่ย : ตารางเมตรละ 70 – 120 บาท
ฉนวนกันความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นจริงไหม
ฉนวนกันความร้อนทำให้บ้านเย็นขึ้นจริงไหม ถ้าไม่เคยติดตั้งแล้วจะรู้ได้ยังงัยว่าบ้านจะเย็นขึ้นจริง? อีกอย่าง ฉนวนกันความร้อนแต่ละประเภท ก็ไม่ได้ทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกัน เคยมีคำถามนี้กันใช่ไหมครับ จากการเก็บข้อมูลจริง ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เริ่มมีแดดประมาณ 7.00 โมงเช้า ถึงเวลาที่แสงแดดน้อยลงในเวลา 18.00น ที่มีอุณหภูมิสูงสุดในช่วงกลางวันมากถึง 37 องศา
- หลังจากติดฉนวนกันความร้อนแล้ว อุณหภูมิในบ้านช่วงกลางวัน (ช่วง On Peak) ฉนวนกันความร้อนช่วยลดอุณหภูมิลงได้สูงถึง 5 องศา
- ในช่วงเวลาเย็น (ช่วง Off Peak) อุณหภูมิภายในห้องที่ติดฉนวนกันความร้อนก็ยังต่ำกว่าห้องที่ไม่ได้ติดฉนวนกันความร้อนอยู่ดี
ดังนั้น เรามาตอบคำถามกันชัดๆ จากคำถามที่ว่า...
- ถาม - ฉนวนกันความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นจริงไหม
- ตอบ – ฉนวนกันความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นจริงครับ
ฉนวนกันความร้อนช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงไหม
จากที่เราตอบคำถามทุกคนกันไปชัดๆ แล้วว่า “ฉนวนกันความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นจริง” ทีนี้ คิดต่อ หากบ้านมีระดับอุณหภูมิลดลง ก็จะช่วยทุกคนลดการใช้เครื่องปรับอากาศลดลงได้นั่นเองครับ ถึงแม้ติดตั้งฉนวนกันความร้อนแล้ว ผมไม่ได้บอกว่า ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วนะครับ หากต้องการให้บ้านเย็นฉ่ำๆ เราก็เปิดเครื่องปรับอากาศได้ การติดตั้งฉนวนกันความร้อนก็ยังคงช่วยลดค่าไฟได้ด้วยเหมือนกัน เพราะการเปิดเครื่องปรับอากาศในอากาศร้อนส่งผลให้เครื่องทำงานหนัก ทำให้กินไฟมากขึ้น โดยหากอากาศร้อนขึ้น 6 องศาเซลเซียส ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นถึง 14% คิดในมุมกลับ หากติดตั้งฉนวนกันความร้อนช่วยลดระดับอุณหภูมิลง ก็จะช่วยลดหน่วยการใช้ไฟฟ้าครับผม
ได้มีการศึกษา เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของการเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน ระหว่างก่อนติดตั้งฉนวนกันความร้อน และหลังติดตั้งฉนวนกันความร้อน ผลการศึกษาพบว่า หลังติดตั้งฉนวนกันความร้อนช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 47% เลยครับผม บางแบรนด์ได้รับฉลากประหยัดพลังงานเป็นการรับรองด้วยครับ
Tip ในการเลือกฉนวนกันความร้อน
หนึ่งสิ่งที่จะตอบคำถามว่าฉนวนกันความร้อนได้ดีกี่มากน้อย สามารถพิจารณาได้จากค่า K และ ค่า R
K value (ค่าการนำความร้อน) :
เป็นค่าที่บอกว่า ฉนวนชนิดนั้นมีคุณสมบัตินำความร้อนมากน้อยเพียงใด โดยปกติอากาศร้อนจะเข้าไปแทนที่อากาศเย็นกว่าเสมอ แต่ถ้าวัสดุนั้นมีค่าการนำความร้อนต่ำ อากาศร้อนก็จะผ่าน
ตัวฉนวนเข้ามาที่ตัวอาคารได้น้อยลง ดังนั้น ค่า K ยิ่งน้อย ยิ่งดี
R value (ค่าความต้านทานความร้อน) :
เป็นค่าที่บอกความสามารถของวัสดุในการยับยั้งการไหล หรือถ่ายเทความร้อน โดยขึ้นอยู่กับความหนา และค่า K ของวัสดุนั้นๆ ด้วย โดย
ค่า R คำนวณจาก
ค่า R = ความหนาของฉนวน / ค่า K
ดังนั้น ค่า R ยิ่งมาก ยิ่งดี
ไม่จำสลับกันนะครับ ย้ำช้าๆ ชัดๆ กันอีกครั้งนะครับ
- ค่า K ยิ่งน้อย ยิ่งดี
- ค่า R ยิ่งมาก ยิ่งดี
เป็นยังไงกันบ้างครับ วันนี้เราได้แชร์ เคล็ดไม่ลับ เปลี่ยนบ้านร้อนให้บ้านเย็น ด้วยฉนวนกันความร้อน จบกันไปแล้วนะครับ ก่อนจากกันวันนี้ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนรายการ บริษัท ไมโครไฟเบอร์อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตฉนวนใยแก้วแบรนด์ ไมโครไฟเบอร์ "ไมโครไฟเบอร์ ฉนวนกันร้อนกันเสียงที่ปลอดภัยต่อสุขภาพคุณ ไม่มีสารก่อมะเร็ง ร้อนนี้นึกถึงฉนวนกันร้อนต้องไมโครไฟเบอร์ เท่านั้น"
หากคุณมีคำถาม เราหาคำตอบ ถ้าชอบ กดติดตาม กด LIKE กด SHARE วันนี้ ผม “เคี้ยว” อนวัช คิมหสวัสดิ์ กับรายการ OneStockHome Living Room! เกร็ดความรู้ เคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับบ้านและวัสดุก่อสร้าง ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ EP หน้า สวัสดีครับ.
อนวัช คิมหสวัสดิ์ (เคี้ยว)
CEO, OneStockHome
บทความนี้เป็นประโยชน์ใช่ไหม ? มากดไลก์เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนกัน !
ฉนวนใยแก้ว
ฉนวน PE
แผ่นสะท้อนความร้อน
ฉนวนกันเสียง
เทปกันเสียง
ฉนวนหุ้มท่อ
ฉนวนกันความร้อนโรงงาน
ผนังสําเร็จรูป Isowall
วัสดุอะคูสติก