Overview
Products
Downloads
Brands
DIY & Ideas
Metal Sheet Snap Lock Thickness 0.50 mm

Metal Sheet Snap Lock Thickness 0.50 mm

เมทัลชีทสแนปล็อค หนา 0.50 มม. คุณภาพดี ลอนสแนปล็อค หนา 0.50 มม. ทนแดด ฝน สวยงาม คุ้มค่าคุ้มราคา เมทัลชีทลอนสแนปล็อค หนา 0.50 มม. ติดตั้งง่ายด้วยระบบซ่อนสกรู เหมาะสำหรับงานตกแต่ง หลังคา ผนัง ฝ้า

Brands

OneStockHomeMetal Sheet BlueScope Steel
Filters
Product ratings
List of all Metal Sheet Snap Lock Thickness 0.50 mm products
found 2 item(s)
Show products without price
Sort
Bestseller

เมทัลชีทสแนปล็อค หนา 0.50 มม. คืออะไร

เมทัลชีทสแนปล็อค หนา 0.50 มม. คือระบบหลังคาเหล็กแรงดึงสูงที่ใช้การยึดแผ่นด้วยวิธีการ "ล็อค" ขอบแผ่นเข้ากับขาคลิปล็อค โดยไม่มีการเจาะรูทะลุผ่านแผ่นหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ความหนา 0.50 มิลลิเมตร เป็นระดับความหนามาตรฐานที่ให้ความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับอาคารขนาดใหญ่ โรงงาน และบ้านพักอาศัยที่ต้องการความทันสมัย

คุณสมบัติทางเทคนิคและวัสดุ

วัสดุที่นำมาผลิตส่วนใหญ่เป็นเหล็กกล้าเคลือบซิงค์อลูมิเนียม (Zincalume) ซึ่งช่วยป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็กชุบสังกะสีทั่วไป สำหรับมาตรฐานการผลิตที่ยอมรับในไทยคือ มอก. โดยมีการระบุค่าการเคลือบผิว เช่น AZ150 เพื่อยืนยันปริมาณสารเคลือบที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นหลังคา

คุณสมบัติรายละเอียดสเปกหมายเหตุ
ความหนาเหล็ก (BMT/TCT)0.50 มิลลิเมตรความหนามาตรฐานสำหรับงานโครงสร้าง
ระบบการติดตั้งSnap Lock (สแนปล็อค)ไม่ใช้สกรูเจาะทะลุแผ่น
มาตรฐานวัสดุมอก. / AZ150มาตรฐานการเคลือบซิงค์อลูมิเนียม
ตัวเลือกสี/ผิวสีอลูซิงค์ และสีเคลือบพิเศษขึ้นอยู่กับแบรนด์ เช่น บลูสโคป

เมทัลชีทสแนปล็อค ใช้ทำอะไรและติดตั้งอย่างไร

เมทัลชีทระบบสแนปล็อคนิยมใช้ในงานหลังคาที่ต้องการให้มีรอยต่อน้อยและเน้นความสวยงามสะอาดตา โดยเฉพาะอาคารที่มีความลาดชันต่ำ (Low Slope) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการรั่วซึมสูงหากใช้ระบบสกรูยึดแบบปกติ การติดตั้งจะใช้การวางแผ่นลงบนขาคลิปล็อคแล้วกดล็อคให้สนิท ทำให้ไม่มีรูเจาะบนผิวแผ่น ซึ่งช่วยลดปัญหาการรั่วซึมบริเวณหัวสกรูในระยะยาว

การเลือกใช้และปัจจัยด้านราคา

การพิจารณาเลือกใช้เมทัลชีทสแนปล็อคควรคำนึงถึงคุณภาพของชั้นเคลือบผิวและแบรนด์ผู้ผลิต เช่น เมทัลชีท บลูสโคป ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านความทนทาน ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อ ราคา จะขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งผลิต ความยาวของแผ่น และประเภทของสารเคลือบผิวที่เลือกใช้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของหน้างาน เช่น พื้นที่ใกล้ชายทะเลที่ต้องใช้การเคลือบผิวระดับสูงเป็นพิเศษ