เมื่อช่างจะเลือก เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เลือกแบบไหน

เมื่อช่างจะเลือก เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เลือกแบบไหน
กำลังสนใจอยากได้เครื่องเชื่อมไว้ใช้งาน แต่ยังไม่มีความรู้ด้านนี้มากนัก วันนี้ทาง OneStockHome ได้หาข้อมูลมาให้ทุกคนกัน สำหรับตู้เชื่อมไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์สำหรับช่างเชื่อม โดยช่างเชื่อมสามารถใช้งานได้โดยการเชื่อมด้วยไฟฟ้า ซึ่งช่างส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้ และใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยการใช้ ตู้เชื่อมไฟฟ้า สามารถเชื่อมได้ทั้งเหล็ก สแตนเลส อะลูมิเนียม โลหะบาง โลหะหนา แทบทุกชนิด โดยการใช้ ตู้เชื่อมไฟฟ้า สามารถช่วยเพิ่มกำลังผลิตชิ้นงานได้ อีกทั้งยังช่วยในการลดต้นทุนการผลิต และลดเวลาในการผลิตชิ้นงานด้วย เพราะเทคโนโลยีในการพัฒนา ตู้เชื่อมไฟฟ้า ให้สามารถเชื่อมงานได้ประณีตมากขึ้นและลดขั้นตอนในการผลิตชิ้นงานด้วย ซึ่งแบ่งตามกระแสไฟจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง (กระแสไฟสลับ) และ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter (กระแสไฟตรง)

ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง (กระแสไฟสลับ) VS ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter (กระแสไฟตรง)
ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง (กระแสไฟสลับ) คือ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับในการเชื่อม ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง จะจ่ายกระแสไฟฟ้าแบบสลับไปมาระหว่างกัน ระหว่างขั้วลบกับขั้วบวก ข้อดีของ ตู้เชื่อมไฟฟ้า กระแสไฟสลับมีน้ำหนักเบา เนื่องจากทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ขนาดกระทัดรัดและมีขนาดเล็ก การบำรุงรักษาสามารถทำได้ง่าย และมีราคาขายที่ค่อนข้างถูก แม้จะมีข้อดีหลายข้อแต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือ สามารถเกิดอันตรายจากการเกิดไฟดูดได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้งานอย่างระมัดระวังและติดตั้งสายดิน และระวังในการใช้ในพื้นที่ชื้นหรือเปียก เชื่อมงานได้เฉพาะโลหะบางประเภท เช่น งานโครงสร้างทั่วไป เท่านั้น

ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง (กระแสไฟสลับ) VS ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter (กระแสไฟตรง)
ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter (กระแสไฟตรง) คือ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสตรงในการเชื่อม ซึ่งเป็นกระแสที่มีการจัดเรียงตัวของกระแสไฟฟ้าโดยใช้งานเพียงด้านเดียว โดย ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter กระแสไฟตรงแบ่งได้อีก 2 ชนิด คือ กระแสตรงต่อขั้ว และกระแสตรงสลับขั้ว ข้อดีของ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter กระแสไฟตรง คือ สามารถใช้เชื่อมงานโลหะได้ชนิดบางและชนิดหนา รวมถึงสามารถเชื่อมโลหะได้ทุกประเภท แต่ข้อเสียของตู้เชื่อมไฟฟ้า กระแสไฟตรง คือ มีขนาดของเครื่องที่ใหญ่ ราคาค่อนข้างสูง การซ่อมบำรุงสามารถทำได้ยาก และในการเคลื่อนย้ายหรือพกพา ตู้เชื่อมไฟฟ้า ได้ไม่สะดวกเพราะมีน้ำหนักมาก
เครื่องเชื่อมไฟฟ้านอกจากจะแบ่งตามกระแสไฟฟ้า ยังสามารถแบ่งตามประเภทการใช้งานได้เป็น 3 แบบ คือ เครื่องเชื่อม MMA , เครื่องเชื่อม TIG และ เครื่องเชื่อม MIG-MAG
1. เครื่องเชื่อม MMA (Metal Manual Arc) เป็นเครื่องเชื่อมแบบ Synergic เหมาะกับเชื่อมงานทั่วไปที่ไม่ใช่งานบางมาก เช่น การเชื่อมเหล็กกล่อง, เชื่อมโครงหลังคา, งานซ่อมบำรุงต่างๆ ที่ไม่ต้องการความสวยงามมาก เชื่อมเสร็จแล้วอาจจะมีการเจียรแต่งและทำความสะอาดแนวเชื่อม
ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง (กระแสไฟสลับ) คือ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับในการเชื่อม ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบหม้อแปลง จะจ่ายกระแสไฟฟ้าแบบสลับไปมาระหว่างกัน ระหว่างขั้วลบกับขั้วบวก ข้อดีของ ตู้เชื่อมไฟฟ้า กระแสไฟสลับมีน้ำหนักเบา เนื่องจากทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ขนาดกระทัดรัดและมีขนาดเล็ก การบำรุงรักษาสามารถทำได้ง่าย และมีราคาขายที่ค่อนข้างถูก แม้จะมีข้อดีหลายข้อแต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือ สามารถเกิดอันตรายจากการเกิดไฟดูดได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้งานอย่างระมัดระวังและติดตั้งสายดิน และระวังในการใช้ในพื้นที่ชื้นหรือเปียก เชื่อมงานได้เฉพาะโลหะบางประเภท เช่น งานโครงสร้างทั่วไป เท่านั้น
ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter (กระแสไฟตรง) คือ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสตรงในการเชื่อม ซึ่งเป็นกระแสที่มีการจัดเรียงตัวของกระแสไฟฟ้าโดยใช้งานเพียงด้านเดียว โดย ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter กระแสไฟตรงแบ่งได้อีก 2 ชนิด คือ กระแสตรงต่อขั้ว และกระแสตรงสลับขั้ว ข้อดีของ ตู้เชื่อมไฟฟ้าแบบ Inverter กระแสไฟตรง คือ สามารถใช้เชื่อมงานโลหะได้ชนิดบางและชนิดหนา รวมถึงสามารถเชื่อมโลหะได้ทุกประเภท แต่ข้อเสียของตู้เชื่อมไฟฟ้า กระแสไฟตรง คือ มีขนาดของเครื่องที่ใหญ่ ราคาค่อนข้างสูง การซ่อมบำรุงสามารถทำได้ยาก และในการเคลื่อนย้ายหรือพกพา ตู้เชื่อมไฟฟ้า ได้ไม่สะดวกเพราะมีน้ำหนักมาก
เครื่องเชื่อมไฟฟ้านอกจากจะแบ่งตามกระแสไฟฟ้า ยังสามารถแบ่งตามประเภทการใช้งานได้เป็น 3 แบบ คือ เครื่องเชื่อม MMA , เครื่องเชื่อม TIG และ เครื่องเชื่อม MIG-MAG
1. เครื่องเชื่อม MMA (Metal Manual Arc) เป็นเครื่องเชื่อมแบบ Synergic เหมาะกับเชื่อมงานทั่วไปที่ไม่ใช่งานบางมาก เช่น การเชื่อมเหล็กกล่อง, เชื่อมโครงหลังคา, งานซ่อมบำรุงต่างๆ ที่ไม่ต้องการความสวยงามมาก เชื่อมเสร็จแล้วอาจจะมีการเจียรแต่งและทำความสะอาดแนวเชื่อม
2. เครื่องเชื่อม TIG (Tungsten Inert Gas) เป็นเครื่องเชื่อมไฟฟ้าระบบ INVERTER เหมาะกับการเชื่อมงานบางและงานละเอียดที่ต้องการความซึมลึกของแนวเชื่อมที่สูง เช่น การเชื่อมท่อน้ำมัน ท่อน้ำแรงดัน ท่อแก๊ส
ส่วนมากใช้ในการเชื่อมงานสแตนเลส เช่น งานเชื่อมรั้ว เชื่อมราวบันได เป็นต้น ถ้าใช้ในอู่ซ่อมรถจะใช้สำหรับชื่อมพวกอะลูมิเนียม เช่น เชื่อมหม้อน้ำ ท่ออินเตอร์ ท่อไอเสีย ล้อแมกรถ เป็นต้น

ตัวอย่างระบบการเชื่อม TIG เมื่อช่างจะเลือก เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เลือกแบบไหน
3. เครื่องเชื่อม MIG-MAG (Metal Inert Gas - Metal Active Gas) เป็นเครื่องเชื่อมไฟฟ้าระบบ INVERTER เหมาะกับงานประกอบที่ต้องการความรวดเร็ว ถ้าเป็นงานเหล็ก จะใช้เชื่อมพวกเหล็กกล่องที่นำมาประกอบเป็นชิ้นงาน เช่น รั้วเหล็ก ราวบันไดเหล็กถ้าเป็นงานอะลูมิเนียม เช่น เชื่อมงานพอก งานประกอบเรือ และ ถ้าเป็นงานสแตนเลส เช่น เชื่อมพวกถังขนาดใหญ่ต่างๆและโครงสร้างสแตนเลส
3. เครื่องเชื่อม MIG-MAG (Metal Inert Gas - Metal Active Gas) เป็นเครื่องเชื่อมไฟฟ้าระบบ INVERTER เหมาะกับงานประกอบที่ต้องการความรวดเร็ว ถ้าเป็นงานเหล็ก จะใช้เชื่อมพวกเหล็กกล่องที่นำมาประกอบเป็นชิ้นงาน เช่น รั้วเหล็ก ราวบันไดเหล็กถ้าเป็นงานอะลูมิเนียม เช่น เชื่อมงานพอก งานประกอบเรือ และ ถ้าเป็นงานสแตนเลส เช่น เชื่อมพวกถังขนาดใหญ่ต่างๆและโครงสร้างสแตนเลส






