เสาเข็มยาว หรือ เสาเข็มแรงต้านทานส่วนปลาย

เสาเข็มยาว หรือ เสาเข็มแรงต้านทานส่วนปลาย
เสาเข็มยาว หรือ เสาเข็มแรงต้านส่วนปลาย (Bearing Pile)การแบกรับน้ำหนักของเสาเข็มยาวจะใช้ความเสียดทานของชั้นผิวดิน และการรับน้ำหนักที่ส่วนปลายเสาเข็ม ลงไปถึงชั้นทรายในระดับความลึกตั้งแต่ 21 เมตรขึ้นไป เป็นเสาเข็มโครงสร้างอาคารที่ต้องแบกรับน้ำหนักเยอะ หรือเป็นอาคารที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่บนชั้นดินที่อ่อน ไม่ใช่ชั้นดินแข็ง เช่น อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ พูดง่ายๆคือการแบ่งเสาเข็มออกเป็น 2 ท่อน แล้วค่อยๆตอกลงบนพื้นดินด้วยปั้นจั่น โดยต้องได้รับการรับรองจากวิศวกรผู้ออกแบบทุกครั้ง และการใช้เสาเข็มสองท่อนต่อกันนั้น อาจจะทำให้เกิดปัญหาเสาเข็มเคลื่อนที่หลุดเหลื่อมออกจากกันในภายหลังได้ ซึ่งอาจเป็นผลให้เกิดการทรุดตัวของอาคารได้เช่นกัน
สำหรับเสาเข็มยาว หรือ เสาเข็มแรงต้านส่วนปลายนั้น ในส่วนของระยะห่างระหว่างศูนย์กลางของเสาเข็ม จะต้องห่างจากกันอย่างน้อยประมาณ 2 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็มวงกลม หรือเป็น 2 เท่าของเส้นทแยงมุมในกรณีของเสาเข็มสี่เหลี่ยม และเสาเข็มเหล็ก แต่ทั้งนี้ต้องมีระยะไม่น้อยกว่า 2.5 ฟุต หรือ 75 เซนติเมตร หรือมีผิวต่อผิวของเสาเข็มยาวห่างกัน 12 นิ้ว หรือ 30 เซนติเมตร และควรมีค่าหน่วยแรงเฉือนอยู่ที่ 250 ปอนด์ ต่อ ตารางฟุต สำหรับแรงเฉือนของวัสดุที่เสาเข็มยาว หรือ เสาเข็มต้านส่วนปลายนั้นจมอยู่
ความลึกของเสาเข็ม
ในแต่ละพื้นที่ของปรเทศไทยก็จะมีการตอกเสาเข็มที่มีความลึกไม่เท่ากัน เพราะชั้นดินแต่ละพื้นที่มีความแข็ง ความอ่อน ไม่เท่ากันนั่นเอง โดยส่วนใหญ่พื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร นั้นจะนิยมใช้เสาเข็มสั้น หรือ เสาเข็มแบบ friction piles เป็นส่วนใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่ในต่างจังหวัด หรือ พื้นที่ที่มีชั้นดินอ่อนจะนิยมใช้เสาเข็มยาว หรือ สาเข็มแรงต้านส่วนปลาย เช่นในจังหวัด สมุทรปราการ เป็นต้น
