10 เทคนิคช่วยบ้านเย็น

10 เทคนิคช่วยระบายความร้อนให้ "บ้านเย็น" กว่าที่เคย
อย่างที่เราก็รู้กันดีว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่มีอยู่ 3 ฤดู คือ ร้อน ร้อนมาก ร้อนมากๆ พอเข้าช่วงเดือนเมษายนเท่านั้นล่ะ นึกว่าพระอาทิตย์มาอยู่ใกล้ๆเมืองไทย สภาพอากาศข้างนอกก็ร้อนแล้ว กลับเข้ามาในบ้านก็ยังร้อนอยู่ดี ก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ วันนี้จึงมีเทคนิคในการต้อนรับหน้าร้อน ไม่อยาก"บ้านร้อน" ทำยังไงให้ "บ้านเย็น"
1. ลดความร้อนที่ "หลังคา"
หลายครั้งที่ บ้านร้อน เป็สาเหตุมาจากหลังคา เพราหลังคาเป็นเหมือนปราการด่านแรกที่ต้องเจอกับความร้อน และแสงแดด ดังนั้นการที่จะลดความร้อน หรือสะท้อนความร้อนบางส่วนออกไปจาก ช่วงโถงหลังคาก็จะช่วยให้บ้านของเราเย็นขึ้นได้ ซึ่งแนวทางการลดความร้อนก็อาจทำได้หลายวิธี เช่น การติดสปริงเกอร์พรมน้ำบนหลังคา แม้อาจจะดูไม่สวยงามตาซักเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยลดความร้อนได้ค่อนข้างดีทีเดียว หรือแม้แต่การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้แผ่นหลังคา หรือใต้แป อย่าง "แผ่นสะท้อนความร้อนดูร่า" ก็สามารถช่วยสะท้อนรังสีความร้อนได้มากถึง 95% เลยทีเดียว
2. "ฝ้าชายคา" ช่วยระบายอากาศ
นอกเหนือจากการติดแผ่นสะท้อนความร้อน ช่วยลด บ้านร้อน ได้แล้ว ยังสามารถลดอุณหภูมิจากโถงหลังคาได้อีกหนึ่งวิธี นั่นคือ การเพิ่มช่องที่ให้อากาศ สามารถถ่ายเทไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้อากาศร้อนจากโถงหลังคาระบายออก และ แทนที่ด้วยอากาศที่เย็นกว่าจากลมที่พัดเข้ามา ด้วย การติดตั้งฝ้าระบายอากาศ เช่น "ดูร่าบอร์ด ระบายอากาศ" ซึ่งมีรูช่วยระบายอากาศ และ มีหลากหลายแบบ และลวดลายให้เลือกให้เข้ากับการออกแบบบ้านตามความชอบของแต่ละท่านอีกด้วย
3. "ฉนวนกันความร้อน" ช่วยเก็บความเย็นไว้ในห้อง
ฉนวนกันความร้อน คงจะเป็นสิ่งแรกๆที่หลายคนมักจะนึกถึงเมื่อต้องการทำให้จากบ้านร้อน เป็น บ้านเย็น ซึ่งจริงๆแล้วฉนวนกันความร้อนมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ได้แก่
- แบบอลูมิเนียมฟอยล์
- แบบฉีดโฟม PU
- แบบโฟม PE
- แบบโฟมขาว
- แบบฉนวนใยแก้ว
โดยแต่ละชนิดจะมีคุณภาพกันความร้อน และราคาที่ต่างกันออกไป แต่หากจะพูดถึงประเภทที่กันความร้อนได้ดีที่สุดคงต้องยกให้แบบ ฉนวนใยแก้ว เนื่องจากสามารถลดความร้อนในห้องได้อย่างชัดเจน ติดตั้งง่าย รวดเร็ว และ ปลอดภัยเพราะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ และไม่ลามไฟ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดเสียงได้อีกด้วย ซึ่งฉนวนใยแก้วเองก็มีทั้งแบบปูบนแป และแบบปูบนฝ้า อย่างเช่น "ฉนวนใยแก้วดูร่า" ที่ใช้งานปูบนฝ้าเพดาน มีความหนา 2 นิ้ว และ 3 นิ้วให้เลือก
4. ฝ้าเพดายเย็น ด้วย "แผ่นยิปซัม"
นอกจากจะใช้ ฉนวนใยแก้ว ปูบนฝ้าแล้ว ยังมีอีกวิธีที่ช่วยลดความร้อนจากฝ้าให้ห้องได้ ด้วยการใช้แผ่นยิปซัมที่ติดแผ่นสะท้อนความร้อนไปบนตัวแผ่นเลย เช่น "ดูร่ายิปซัมบอร์ด รุ่นทนร้อน" ที่ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนได้มากถึง 93.7% หรือเป็นฝ้าแบบทีบาร์อย่าง "ฝ้ายิปซัมดูร่า รุ่นบ้านเย็น" ที่สะท้อนรังสีความร้อนได้มากถึง 86%
5. "ไม้บังตา" ม่านบังแดดให้ตัวบ้าน
ผนังรอบตัวบ้านก็เป็นส่วนสำคัญที่สะสมความร้อนจากแสงแดดเอาไว้ทำให้บ้านร้อนตลอดทั้งวัน ดังนั้นควรทำการติดตั้งพื้นที่ "บังแดด" ให้กับผนังบ้านเพิ่มเติมด้วย โดยเลือกติดตั้งในส่วนที่โดนแดดเป็นบริเวณกว้าง หรือโดนแดดเป็นเวลานานกว่าส่วนอื่น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้ แผ่นไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ เข้ามาลดแสงแดดที่จะสาดส่องเข้ามา เช่น "ไม้ระแนงดูร่า" หรือ "ไม้รั้วดูร่า" เข้ามาติดตั้งเป็นผนังบังตาข้างบ้าน หรือทำเป็นระแนงไม้ถักไม้เลื้อยข้างบ้านก็สามารถทำได้ แถมยังสวยงามอีกด้วย โดยควรต้องติดตั้งให้ห่างจากตัวผนังบ้านซักหน่อย เพื่อให้มีช่องอากาศถ่ายเท และความร้อนไม่สะสมมาที่ตัวบ้าน
6. พื้นบ้านเย็นกว่าด้วย"กระเบื้อง"
การเลือกใช้พื้นของบ้านด้วยกระเบื้อง หรือ แผ่นหินอ่อน และ หินแกรนิต หรือแม้กระทั่งพื้นปูนดิบสไตล์ loft นั้น ก็ช่วยให้เราสามารถกักเก็บความเย็นจากพื้นได้ อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่คายความร้อนได้เร็วอีกด้วย ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้หลายหลายตามดีไซน์ และงบประมาณของแต่ละบุคคล การที่เรามีพื้นที่ของบ้านส่วนหนึ่งเป็นพื้นเย็นแบบนี้ก็ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน จากบ้านร้อน กลายเป็น บ้านเย็นน่าอยู่ขึ้นมาทันที
7. "อิฐมวลเบา"ช่วยผนังเย็นขึ้น
ควรเลือกใช้วัสดุที่มีค่าต้านทานความร้อนสูงมาทำผนัง เช่น "อิฐมวลเบาดูร่า" เพราะ อิฐมวลเบา ถือว่าเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่าอิฐมอญถึง 7.3 เท่า เพราะ สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอก และ รักษาความเย็นภายในได้ดีกว่า จึงสามารถลดภาระของเครื่องปรับอากาศ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้เป็นอย่างดี แข็งแรง ติดตั้งไว รวมถึงสามารถกันเสียงจากภายนอก และเก็บเสียงจากภายในห้องได้ดีอีกด้วย
8. "ฟิล์ม"ช่วยป้องกันแสง และ ความร้อน
ควรทำการติดตั้งแผ่นฟิล์มกรองแสงที่กระจกของบ้าน เพื่อช่วยลดปริมาณแสง และความร้อนที่จะเข้ามาสู่ภายในบ้าน หรือเลือกใช้กระจกที่ทำการย้อมเป็นสีชา และควรติดม่านเพิ่มเติมเพื่อช่วยบังแสงอีกหนึ่งชั้น เพื่อให้บ้านร้อนน้อยลง รวมไปถึงช่วยกรองแสงด้วย
9. เปลี่ยนไฟในบ้าน เป็น "หลอดประหยัดพลังงาน"
การเลือกใช้หลอดไฟส่องสว่างภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิในบ้านเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ หลอดไส้ ซึ่งให้แสงสว่างที่สวยงาม นวลตา แต่ต้องแลกมากับความร้อนที่ค่อนข้างสูง ที่อาจจะทำให้บ้านร้อน อีกทั้งยังกินไฟอีกด้วย การเลือกใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานอย่างหลอดตะเกียบ หรือที่นิยัมกันในปัจจุบันอย่างหลอดไฟ LED ซึ่งให้ความสว่างที่คงที่ อายุใช้งานยาวนาน ประหยัดพลังงาน และยังช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้ดีกว่าด้วย
10. เพิ่มลมช่วยไหลเวียน ด้วย "พัดลมเพดาน"
“พัดลมบนเพดาน” ช่วยการหมุนเวียนของอากาศภายในบ้านได้ดี และ รวดเร็วที่สุดทางหนึ่งที่ทำให้บ้านหายร้อน เพียงแค่เปิดหน้าต่าง แล้วเปิดพัดลมเพดาน นับหนึ่ง สอง สาม บริเวณดังกล่าวก็แทบไม่เหลือความร้อนใดๆ อยู่เลย แถมยังให้ความเย็นในวงกว้างอีกด้วย “พัดลมเพดาน” จึงนิยมติดตั้งในพื้นที่หลักๆ อย่าง ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น นั่นเอง
