เทคนิคกันเสียงเข้าบ้าน

เทคนิคช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก
เชื่อว่าหลายคนที่มีบ้านอยู่ติดริมถนน หรือ ใกล้สถานที่ที่มีทีกิจกรรมบ่อยๆนั้น ย่อมต้องประสบปัญหากับเสียงรบกวนภายนอกเป็นประจำ ซึ่งทำให้เป็นปัญหากวนใจของใครหลายๆคน แล้วเราจะมีแนวทางในการป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างไร
ช่องทางในการป้องกันเสียงรบกวนที่อาจจะเข้ามาก่อกวนภายในบ้านนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น วัสดุที่ใช้ในการทำรั้ว หรือผนังบ้าน ฉนวนกันเสียงต่างๆ รูปแบบของหน้าต่าง วงกบ มีส่วนช่วยในการกันเสียงหรือไม่
การลดเสียงรบกวนจากภายนอกบ้านนั้น เราสามารถแก้ไขได้ทั้งจากภายในบ้าน แล ภายนอกบ้าน โดยวิธีการดังนี้
รั้วช่วยป้องกันเสียง
รั้วนอกจากจะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับตัวบ้านแล้ว ยังสารถช่วยกันเสียงรบกสนที่อาจจะเข้ามาภายในตัวบ้านได้อรกด้วย โดยทั้งวัสดุที่ใช้ในการทำรั้วและส่วนสูงของรั้ว ย่อมส่งผลต่อเสียงที่จะเข้ามาภายในบ้าน
โดยวัสดุที่ใช้ในการทำรั้วนั้น มีมากมายหลายวัสดุ แต่ว่าก็มีค่าการกันเสียงที่แตกต่างกันตามวัสดุ และ ความหนา เช่น
- รั้วผนังก่ออิฐฉาบปูน ความหนา 20 ซม. มีความสามารถในการกันเสียง 50 dB
- รั้วผนังก่ออิฐ ความหนา 7.5 ซม. มีความสามารถในการกันเสียง 40 dB
- รั้วไม้ ความหนา 2 ซม. มีความสามารถในการกันเสียง 25 dB
- รั้วสังกะสี ความหนา 0.4 มม. มีความสามารถในการกันเสียง 17 dB
นอกเหนือจากวัสดุที่ใช้ในการก่อ และ สร้างรั้วแล้วนั้น ความสูงและระยะห่างของรั้วเองก็มีส่วนที่ทำให้เสียงรบกวนลดลงได้เหมือนกัน เช่น แนวรั้วที่ยิ่งใกล้บ้านยิ่งช่วยป้องกันเสียงรบกวนได้ดี รวมไปถึงความสูงของรั้วที่เหมาะสม คือ ความสูงประมาณ 3 เท่าของความสูงของแหล่งต้นกำหนดเสียง และ รั้วควรจะมีระยะความยาวเชื่อมติดกัน 4 เท่าของระยะห่างแหล่งรับเสียง เพื่อป้องกันการเลี้ยวเบนของเสียง
หน้าต่าง
การเลือกลักษณะของหน้าต่างก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เสียงสามารถผ่านเข้ามาภายในบ้านได้ โดยหากเป็นลักษณะหน้าต่างที่ปิดมิดชิด มีรอยต่อน้อย ก็จะช่วยป้องกันเสียงจากภายนอกเข้ามาได้ โดยหน้าต่างแบบ บานปิดตาย บานเปิด หรือ บานกระทุ้ง เป็นลักษณะหน้าต่างที่มีรอยต่อน้อย มีการอุดรอยรั่วโดยรอบค่อนข้างแน่นหนา เมื่อเทียบกับหน้าต่างแบบบานเกล็ด และ บานเลื่อน ซึ่งเสียงสามารถลอดเข้ามาตามรอยต่อ และ รางเลื่อนของตัวหน้าต่างได้
นอกจากเรื่องของลักษณะของหน้าต่างแล้ว กระจกที่ใช้ก็มีค่ากันเสียงที่แตกต่างกันออกไป โดยเรียกเป็นค่า STC หรือ Sound Transmission Class คือ ประสิทธิภาพการป้องกันเสียงนั่นเอง ยิ่งค่า STC สูง ก็แปลว่าเป็นวัสดุที่ป้องกันเสียงได้ดี โดย
- กระจกชั้นเดียว ความหนา 12 มม. มีค่า STC อยู่ที่ 36
- กระจกลามิเนต (กระจกหนา 6 มม. 2 แผ่นติดกัน) มีค่า STC อยู่ที่ 38
- กระจก 2 ชั้น (กระจก 6 มม. 2 แผ่น วางเว้นระยะห่างจากกัน 12 มม.) มีค่า STC อยู่ที่ 35
ติดตั้งผนังเบาเพิ่มเติม
ถ้าหากว่าในห้อง หรือ บ้านของทุกท่านยังพอมีพื้นที่อยู่บ้าง อีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันเสียงได้ คือการติดตั้งฉนวนกันเสียงเพิ่มเติม และปิดทับด้วยแผ่นผนังเบาอีกชั้น โดยข้อเสียของวิธีมีอยู่อย่างเดียว คือ พื้นที่ภายในห้องอาจจะลดลงเล็กน้อย โดยสามารถแบ่งฉนวนกันเสียงได้เป็น 2 แบบ คือ ฉนวนกันเสียงใยแก้ว โดยจะทำลักษณะหุ้มถุงพลาสติกกันชื้นสีดำ และ อีกชนิดคือ ฉนวนกันเสียงที่ทำจากใยหิน จะมีลักษณะเป็นสีเหลืองแผ่นหนา โดยที่นิยมขายในตลาดจะเป็นลักษณะของฉนวนใยแก้ว
นอกจากฉนวนแล้ว แผ่นผนังที่นำมาติดตั้งเองก็มีค่ากันเสียงที่แตกต่างกันออกไปด้วย โดยแบ่งออกเป็น
- แผ่นไม้อดซีเมนต์ มีค่ากันเสียงประมาณ 30 – 35 dB
- แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ มีค่ากันเสียงประมาณ 38 – 61 dB
- แผ่นยิปซั่มบอร์ด มีคุณสมบัติในการดูดซับเสียง ด้วยระดับค่า NRC 0.65 – 0.8
