รู้ก่อนซื้อ โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก)

โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) สิ่งจำเป็นและสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านทุกคน จะซื้อครั้งนึง เลือกแล้ว เลือกอีก ว่าจะซื้ออย่างไรแบบไหนดีให้เหมาะสมกับคนในบ้าน สรีระของเรา ใช้แบบไหมจะประหยัดน้ำและไม่มีกลิ่น วันนี้ทีมงาน Homemaps หาคำตอบมาให้เพื่อนๆกันค่ะ
โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียว
เป็นโถสุขภัณฑ์/ชักโครก ที่มีลักษณะเป็นชิ้นเดียว ไม่แยกออกจากกัน ชักโครกแบบนี้มีความสวยงาม ง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสัอาก แต่ข้อเสียคือราคาที่สูงกว่าโถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้น และถ้าเกิดความเสียหายจะซ่อมยากกว่า
โถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้น
ชักโครกประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักๆ 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นที่นั่ง และ ส่วนที่เป็นตัวหม้อเก็บน้ำด้านหลัง ชักโครกแบบ2ชิ้น สามารถเห็นได้ทั่วไปในบ้านเรือน มีความนิยมมาก เนื่องจากราคาย่อมเยา สามารถหาซื้อได้ง่าย และ ซ่อมแซมง่ายแยกส่วนกันซ่อมได้ ไม่ต้องซ่อมทั้งตัวโถสุขภัณฑ์ แต่ก็มีข้อเสียของโถสุขภัณฑ์แบบนี้คือการทำความสะอาดที่อาจจะต้องทำบ่อยกว่า เพราะด้วยความที่มันมีซอกระหว่างตัวโถนั่งกับหม้อน้ำ ทำให้มีคราบหรือสิ่งสกปรกติกอยู่บริเวณซอกได้ง่าย
โถสุขภัณฑ์/ชักโครกทั้ง 2 แบบนี้มีหน้าที่การทำงานที่เหมือนกัน ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน จะแตกต่างกันไปตามการออกแบบ ความสวยงาม และ การดูแลรักษาที่เหมาะสมกับการใช้าน การเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์/ชักโครก ยังต้องมีปัจจัยอื่นๆเกี่ยวข้องอีกด้วย นอกจากนี้ โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) ยังสามารถแบ่งได้หลายประเภทตาม ลักษณะของการจ่ายน้ำ ลักษณะของท่อน้ำทิ้ง ลักษณะการติดตั้ง และลักษณะการชำระล้าง ดังนี้
ประเภทของโถสุขภัณฑ์ (ชักโครก)
โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) ยังสามารถแบ่งได้หลายประเภทตาม ลักษณะของการจ่ายน้ำ ลักษณะของท่อน้ำทิ้ง ลักษณะการติดตั้ง และลักษณะการชำระล้าง ดังนี้
โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) ตามลักษณะการจ่ายน้ำ
1.แบบใช้ถังพักน้ำ
ชักโครกแบบใช้ถังพักน้ำ เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย เนื่องจากสามารถใช้กับแรงดันน้ำต่ำได้ มีทั้งประเภทชิ้นเดียวและสุขภัณฑ์สองชิ้น และมีเสียงในการชำระล้างที่เบา
2. แบบใช้ถังพักน้ำซ่อนผนัง
ชักโครกแบบใช้ถังพักน้ำซ่อนผนัง ทำความสะอาดง่าย สามารถใช้ได้กับแรงดันน้ำต่ำ เสียงเงียบในขณะที่เติมน้ำเข้าหม้อน้ำ สวยงาม เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย
3. แบบใช้ฟลัชวาล์ว
ชักโครกแบบใช้ฟลัชวาล์ว ต้องใช้แรงดันน้ำในการชำระ อายุการใช้งานทนทาน จึงเหมาะกับอาคารสูง ห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะที่ต้องใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอน้ำเต็มหม้อน้ำ
4. แบบใช้ฟลัชวาล์วซ่อนผนัง
ชักโครกแบบใช้ฟลัชวาล์วซ่อนผนัง ต้องการแรงดันน้ำในการชำระเช่นกัน เหมาะสำหรับที่สาธารณะที่ต้องใช้งานต่อเนื่อง อายุการใช้งานยาวนาน สวยงามและทำความสะอาดง่าย
โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) ตามลักษณะการติดตั้ง
1. แบบตั้งพื้น
ชักโครกแบบตั้งพื้น มีความสะดวกในการติดตั้ง และการเตรียมหน้างาน
2. แบบแขวนผนัง
ชักโครกแบบแขวนผนัง มีความสวยงามและทำความสะอาดง่าย แต่ต้องมีการเตรียมหน้างานก่อนเนื่องจากผนังที่นำสุขภัณฑ์แบบแขวนผนังจะต้องสามารถรับน้ำหนักได้พอสมควร
โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) ตามลักษณะการชำระ
1. Wash Down
Wash Down เป็นระบบที่ใช้น้ำใหม่แทนที่น้ำเก่า ใช้น้ำน้อยในการชำระ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นแบบ 3 ลิตร หรือ 6 ลิตร หรือ Dual Flush ที่สามารถเลือกกดได้ว่าจะใช้น้ำน้อยหรือน้ำมาก เป็นการออกแบบให้สามารถเลือกกดน้ำในปริมาณที่ต้องการได้ ช่วยให้เกิดความประหยัดน้ำมากยิ่งขึ้น
2. Siphonic Wash Down
Siphonic Wash Down เป็นระบบชำระล้างที่ใช้หลักการของกาลักน้ำ ช่วยให้เกิดแรงดึงดูดในระบบท่อคอห่าน ใช้น้ำ 6 ลิตร
3. Siphon Jet
Siphon Jet เป็นระบบที่มีการชำระล้างได้เร็วและแรงกว่าระบบอื่นๆ โดยใช้รู JET เป็นตัวช่วยส่งน้ำเพื่อให้เกิดแรงดูด โดยใช้น้ำเพียง 6 ลิตร
4. Siphon Vortex
Siphon Vortex เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการชำระดีที่สุดเมื่อเทียบกับระบบอื่น มีการใช้น้ำในการชำระ 9 ลิตร เป็นโถสุขภัณฑ์ประเภทชิ้นเดียวที่มีถังพักน้ำต่ำกว่าระบบอื่นๆ จึงทำให้มีเสียงเบาในขณะชำระล้าง และอุปกรณ์ภายในหม้อน้ำเป็นทองเหลือง
การเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์ (ชักโครก)
สุขภัณฑ์มีให้เลือกหลากหลาย การเลือกควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งาน ความสะดวกสบายในการนั่ง รูปร่างรูปทรงเป็นแบบหรือสไตล์ที่ชอบ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกข้อ คือ การเตรียมความพร้อมที่หน้างาน ไม่ว่าจะเป็นระยะท่อ การรับน้ำหนักของผนัง (กรณีที่เป็นสุขภัณฑ์แบบแขวน) การติดตั้งให้ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตแต่ละรายกำหนด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน และไม่มีปัญหารบกวนใจผู้ใช้ในบ้าน
1.เช็คตำแหน่งรูท่อน้ำเสีย
เช็คตำแหน่งรูท่อน้ำเสียควรเลือกซื้อให้ตรงตามระยะท่อ ช่างจะเห็นเป็นท่อขนาดใหญ่ให้เช็คจุดศุนย์กลางท่อว่าห่างจากผนังเท่าไหร่ โถแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อก็อาจผลิตไม่ตรงกัน การเลือกโถที่ระยะไม่ตรงกับรูท่อ ทำให้เกิดกลิ่นจากการกำจัดของเสียไม่ลงไปในท่อ อาจตกค้างตรงจุดรอยต่อได้
2. ประเภทการติดตั้งของโถสุขภัณฑ์ (ชักโครก)
หากใช้โถชักโครกแบบแขวนผนัง หรือ แบบท่อออกผนัง การเลือกโถชักโครกควรเช็คให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะระยะความสูงของท่อควรห่างจากพื้นตามที่โถชักโครกรุ่นนั้นๆระบุไว้ หากระยะไม่ตรงก็จะติดตั้งไม่ได้ ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญมากกว่าการติดตั้งแบบท่อลงพื้น
3. รูปทรงและขนาดให้เหมาะกับสรีระ
ก่อนซื้อชักโครก ควรทดลองนั่งดูว่าว่าชักโครกในดีไซน์แบบที่เราชอบ เหมาะกับร่างกาย สรีระของเราหรือไม่ เพราะบางคนชอบชักโครกที่นั่งสูงและเตี้ยต่างกัน ฝาชักโครกในการเอียงรักสรีระ ระดับความสูงของชักโครก เรื่องพวกนี้ส่งผลถึงความสบายตอนนั่ง โดยมาตรฐานของความสูงจากพื้นถึงโถนั่งของชักโครกอยู่ที่ 14-17 นิ้ว ห้องน้ำเด็กแนะนำให้ใช้ความสูง 14 นิ้ว สำหรับห้องน้ำมาตรฐานแนะนำแบบ 17 นิ้ว
4. ระบบการชำระ
โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) แต่ละประเภทมีระบบการชำระล้างที่แยกย่อยออกไป เปรียบเทียบระบบการชำระแต่ละประเภทให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 4 ระบบ คือ
1.ระบบ Wash-Down ใช้หลักการน้ำใหม่แทนน้ำเก่า ในปริมาณที่น้อยกว่าระบบอื่น
2.ระบบ Siphonic Wash-Down มีระบบการทำงานที่คล้ายกับระบบ Wash-Down แต่มีรูปร่างของคอห่านที่โค้งกลับ ทำให้เกิดกาลักน้ำ ช่วยดึงดูดสิ่งปฏิกูลได้อีกทางหนึ่ง
3.ระบบ Siphon-Jet เป็นระบบที่มีหัวฉีด (Jet Hole) ช่วยเพิ่มแรงดึงดูดของน้ำให้เร็วยิ่งขึ้น จึงชำระสิ่งปฏิกูลได้รวดเร็วขึ้น
4.ระบบ Siphon Vortex เมื่อกดชำระ ภายในโถจะเกิดการหมุนวนของน้ำ และดูดสิ่งปฏิกูลได้รวดเร็ว โดยจะชำระล้างด้วยเสียงที่เงียบกว่าระบบอื่นๆ
5. ลักษณะการเก็บกลิ่น
โถสุขภัณฑ์ (ชักโครก) ที่ดี ควรจะมีขนาดคอห่านที่ใหญ่ มีแอ่งกันกลิ่นที่ลึก และมีขนาดของพื้นผิวน้ำกว้าง เพื่อช่วยให้มีคุณสมบัติในการชำระล้างดี และช่วยป้องกันกลิ่นย้อนกลับ หรือ ป้องกันคราบสิ่งปฏิกูลติดบริเวณผิวรูปภายในของโถสุขภัณฑ์
1. พื้นผิวน้ำขัง (Water Surface) ควรมีขนาดกว้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งปฏิกูลติดผิวภายในโถสุขภัณฑ์
2. แอ่งกันกลิ่น (Water Seal) ควรให้มีขนาดลึก เพื่อป้องกันกลิ่นย้อนกลับ
3. คอห่าน (Trap Way) ถ้ามีคอห่านขนาดใหญ่ จะช่วยป้องกันการอุดตันได้ดี
