ผนังก่ออิฐฉาบปูน

ผนังก่ออิฐฉาบปูน รูปแบบต่างๆสำหรับงานสร้างบ้าน
สำหรับรูปแบบผนังที่เราเห็นมากันอย่างยาวนาน คงไม่พ้นผนังก่ออิฐเป็นอย่างแน่นอน เพราะ วัสดุอย่างอิฐ เป็นวัสดุที่มีราคาถูก และหาได้ง่าย รวมไปถึงเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง และทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆในบ้านเราเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ช่างในบ้านเราจะนิยมใช้อิฐในการก่อเป็นผนังบ้าน
ในสมัยก่อน อิฐที่ใช้ในการก่อผนังนั้น จะนิยมใช้ “อิฐมอญ” หรือ อิฐแดง ในการก่อสร้างผนัง ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้นว่า อิฐมอญ หรือ อิฐแดง เป็นวัสดุที่มีราคาถูก หาง่าย และ แข็งแรง แต่ทั้งนี้ อิฐมอญ หรือ อิฐแดง ก็มีข้อด้อยในเรื่องของน้ำหนักที่มากกว่าผนังแบบอื่น รวมไปถึงอิฐมอญ ยังมีคุณสมบัติเรื่องการอมความร้อน ซึ่งอาจจะส่งผลให้อุณหภูมิภายในบ้านสูง และ เป็นวัสดุที่ไม่ค่อยดูดซับเสียง จึงไม่สามารถป้องกันเสียงจากภายนอกบ้านได้
ด้วยเหตุนี้เอง นอกจากอิฐมอญแล้ว ก็ยังมีการผลิตอิฐชนิดอื่นๆอีก เพื่อทดแทนจุดด้อยของ อิฐมอญ ไม่ว่าจะอิฐบล็อก อิฐขาว หรือ อิฐที่กำลังเป็นที่นิยมที่ช่วงหลังๆมานี้ ทุกๆท่านจะรู้จักกันดีคือส่วนของ อิฐมวลเบา ซึ่งเป็นอิฐที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทน อิฐบล็อกและอิฐมอญ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เบากว่าอิฐมอญ และ ขนาดใหญ่
โดยอิฐแต่ละชนิดไม่ว่าจะ อิฐมอญ อิฐมวลเบา หรือ อิฐอื่นๆ เช่น อิฐบล็อก อิฐขาว อิฐประสาน ล้วนแต่มีข้อดีในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปตามจุดเด่นของอิฐนั้นๆ ดังตารางข้างล่าง
นอกจากประเภทของอิฐแล้ว รูปแบบของการก่ออิฐก็ส่งผลต่อรูปแบบของบ้าน โดยลักษณะการก่ออิฐมอญ จะมีรูปแบบดังนี้
- การก่ออิฐเต็มแผ่น
- การก่ออิฐครึ่งแผ่น
- การก่ออิฐสองชั้น
รูปแบบการก่อผนังก่ออิฐฉาบปูน
การก่อผนังอิฐเต็มแผ่น คือ การวางอิฐมอญตามแนวผนัง อาจจะวางสลับแถว หรือ สลับทุกๆ 2 ก้อน เพื่อให้เกิดลายอิฐที่สวยงาม โดยขนาดของอิฐจะมีความกว้างประมาณ 6.0 – 6.5 ซม. ยาวประมาณ 14 – 16 ซม. และ หนา ประมาณ 2.5 – 3.0 ซม. จึงทำให้การก่อผนังแบบนี้จะมีความหนาประมาณ 15 – 2- ซม. เมื่อรวมกับความหนาของปูนฉาบทั้งสองด้านแล้ว
ซึ่งวิธีการก่ออิฐแบบเต็มแผ่นจะเป็นรูปแบบการก่ออิฐที่ต้องมีการคำนึงถึง
- โครงสร้างที่สามารถรับน้ำหนักของอิฐที่มีจำนวนมาก
- ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน
- ใช้อิฐเป็นจำนวนมาก หรือประมาณ 2 เท่าของวิธีอื่น
แต่ด้วยวิธีการก่ออิฐแบบเต็มแผ่น ทำให้ผนังมีความหนาเป็นพิเศษ จึงทำให้มีประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน ความชื้น และ เสียงรบกวนจากภายนอกได้
การก่อผนังอิฐครึ่งแผ่น คือ การก่ออิฐที่วางด้านยาวของแผ่นอิฐตามความยาวของผนัง ซึ่งจะทำให้ผนังมีความหนาประมาณ 10 ซม. ซึ่งเป็นความหนาที่รวมกับความหนาของปูนฉาบทั้ง 2 ด้านแล้ว ด้วยขนาดความหนา 10 ซม. ของผนังอิฐจะเป็นความหนาปกติของผนังที่เราเห็นกันได้ทั่วไป หรือ มีความหนาเท่ากับประตู หน้าต่างทั่วๆไป ที่มีความหนาโดยประมาณ 4 นิ้ว หรือ 10 ซม. ทำให้การก่ออิฐครึ่งแผ่น จึงเหมาะกับการติดตั้งกับทุกวัสดุไม่ว่าจะไม้ เหล็ก พีวีซี ไวนิล หรือ อะลูมิเนียม ทำให้เป็นผนังที่ใช้งานง่าย เก็บความเรียบร้อยของงานได้ง่ายนั่นเอง
การก่อผนังอิฐสองชั้น คือ การก่ออิฐในลักษณะที่เว้นช่องว่างระหว่างแถว โดยมักจะก่อให้มีความหนาเท่าหน้าตัดของเสา เพื่อให้ผนังมีลักษณะเป็นผืนแผ่นเดียวกัน ไม่มีแนวเสาโผล่ออกมา ทำให้ง่ายต่อการตกแต่ง และ วางเฟอร์นิเจอร์
โดยวิธีการก่ออิฐแบบสองชั้น จะช่วยป้องกันความร้อน และ ป้องกันเสียงได้ดี และยังมีพื้นที่ช่องว่างตรงกลางให้สามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อน และ ฉนวนกันเสียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผนังมากขึ้นอีกด้วย โดยวิธีการก่ออิฐสองชั้น สามารถใช้กับอิฐประเภทใดก็ได้ ทั้งอิฐมอญ อิฐมวลเบา อิฐขาว อิฐบล็อก แต่ทั้งนี้การก่ออิฐสองชั้นจะนิยมใช้กับอิฐมอญมากกว่า ด้วยการก่อแบบอิฐครึ่งแผ่น 2 แถว ส่วนอิฐมวลเบา จะเลือกได้จากความหนาของอิฐตามขนาดของผนังที่เจ้าของบ้านต้องการได้
และนอกจากวิธีการก่ออิฐไม่ว่าจะ การก่ออิฐแบบครึ่งแผ่น การก่ออิฐแบบเต็มแผ่น หรือ การก่ออิฐแบบสองชั้น ก็ยังมีการก่ออิฐในรูปแบอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งเป็นลักษณะของการก่ออิฐแบบโชว์พื้นผิวของอิฐ โดยความสวยงามจะมาจากลวดลายของการวางอิฐให้มีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น
การก่อผนังอิฐแบบ Common หรือ Header bond คือ ลักษณะของการก่ออิฐที่ผสมระหว่างการก่ออิฐแบบครึ่งแผ่น และการก่ออิฐแบบเต็มแผ่น สลับๆกันในทุกๆช่วงหกแถว โดยการก่ออิฐแบบ Common เป็นรูปแบบการก่ออิฐเพื่อความสวยงาม และ ให้แรงยึดเหนี่ยวที่แข็งแรงขึ้น
การก่อผนังอิฐแบบ English หรือ Cross ซึ่งจะมีลักษณะการก่อคล้ายๆกับการก่ออิฐแบบ Common แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ การสลับให้ถี่ขึ้นในลักษณะแถวเว้นแถว
การก่อผนังอิฐแบบ Flemish เป็นลักษณะการก่ออิฐให้ทำหน้าที่คล้ายๆกับระแนงกันแดด โดยการก่ออิฐแบบ Flemish จะเป็นรูปแบบที่สถาปนิกมักจะนำมาใช้ โดยเป็นการก่อแบบเว้นอิฐหนึ่งจังหวะ เพื่อสร้างช่องเปิด
นอกจากนี้ยังมีการก่ออิฐแบบ Flemish แต่เป็นลักษณะแบบ Double Stretcher โดยจะเป็นการวางอิฐที่เพิ่มจังหวะห่างของอิฐครึ่งแผ่นให้มีระยะห่างมากขึ้น
และยังมีแบบอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทุกท่านสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ใน ไอเดียการวางอิฐ
ในส่วนของอิฐแบบอื่นๆ อย่างอิฐมวลเบา อิฐบล็อก และ อิฐขาว มักจะนิยมก่อผนังในรูปแบบของการก่ออิฐครึ่งแผ่น หรือ ก่ออิฐสองชั้น แต่ลักษณะการก่ออิฐแบบโชว์ผิว มักจะไม่ค่อยนิยมใช้อิฐอื่นนอกจากอิฐมอญ เพราะ มีสีและชนาดที่ใหญ่กว่าทำให้ไม่มีความสวยงามเท่ากับอิฐมอญ หรือ อิฐแดง
นอกจากอิฐที่ใช้ รูปแบบของการก่ออิฐ สิ่งที่จะลืมไม่ได้คือการใช้ “ปูน” ให้ถูกชนิดกับรูปแบบงานที่เราทำ เช่น ปูนสำหรับฉาบ ปูนสำหรับก่อ หรือแม้แต่ ปูนก่ออิฐมวลเบา หรือ ปูนฉาบอิฐมวลเบา เป็นต้น
(ทำรูปเป็นตารางบอกว่าอิฐแบบไหน ใช้ปูนแบบไหน)
Check lists
ทั้งนี้ควรมีการตรวจสอบงาน เมื่อเราทำการก่อสร้างอะไรซักอย่าง การตรวจสอบงานให้เป็นไปได้อย่างถูกต้องนั้น เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ บ้านเป็นสิ่งที่เราไม่ได้สร้างบ่อยๆ ในส่วนของกำแพงอิฐให้ลองตรวจสอบตาม Check list เบื้องต้นนี้ดู หรือหากต้องการความมั่นใจ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจงานในส่วนนี้เพิ่มเติม
- อย่าลืมเช็ควัสดุก่อนเริ่มงาน ไม่ว่าจะ อิฐที่ใช้ ขนาดได้มาตรฐานหรือไม่ ปูนที่ใช้ถูกชนิดหรือเปล่า
- การเตรียมพร้อมก่อนเริ่มก่อ นำอิฐมอญไปแช่น้ำหรือไม่ ทำความสะอาดพื้นที่หรือยัง มีฝุ่น หรือไม่
- การตรวจขั้นตอนการก่อ เริ่มต้นก่อจากริมเสาไปยังตรงกลางหรือไม่ ก่อตามแนวที่ขึงไว้หรือเปล่า ชั้นปูนหนาเกินไปไหม(ไม่ควรเกิน 1.5 ซม.) ก่ออิฐตามรูปแบบที่คุยกันไว้หรือไม่ ตรวจดู คานทับหลัง เนื่องจากการก่อผนังอิฐจะต้องยึดติดกับเสา และมีระยะความกว้าง 2.5 เมตร และทุกๆความสูง 1.5 เมตร เนื่องจากการก่อผนังเป็นผืนใหญ่ๆไม่มี คาน หรือ เสาเอ็นเลย จะทำให้ผนังหนักและล้มลงได้
- การตรวจขั้นตอนการฉาบ มีการทิ้งปูนให้เซ็ตตัวหรือไม่ มีการรดน้ำผนังก่อนฉาบหรือไม่
