Overview
Products
Downloads
Brands
DIY & Ideas
Circuit Breakers 2P

Circuit Breakers 2P

รวบรวม ลูกเซอร์กิต ราคาถูก เรามีลูกเซอร์กิตให้เลือกซื้อหลายขนาด หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลูกเซอร์กิต เบรกเกอร์ 2P หรือขนาดอื่นๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ ลูกเซอร์กิตของเราผลิตจากโรงงานมาตรฐาน ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ยาวนาน ลูกเซอร์กิต ราคาโรงงาน พร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

Filters
Product ratings
List of all Circuit Breakers 2P products
Show products without price
Sort
Bestseller

เบรกเกอร์ 2P คืออะไร

เบรกเกอร์ 2P คือ อุปกรณ์ตัดตอนไฟฟ้าอัตโนมัติแบบ 2 โพล (Two-Pole) ที่ออกแบบมาเพื่อตัดกระแสไฟฟ้าทั้งสายไลน์ (Line) และสายนิวทรัล (Neutral) พร้อมกันในตัวเดียว ทำหน้าที่ป้องกันการเกิดกระแสไฟฟ้าเกิน (Overload) และป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) เพื่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร โดยทั่วไปจะติดตั้งในตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตหรือตู้โหลดเซนเตอร์ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของประเทศไทย

การเลือกขนาดเบรกเกอร์ 2P และค่า IC พิจารณาอย่างไร

การเลือกขนาดเบรกเกอร์ต้องพิจารณาจากพิกัดกระแสไฟฟ้า (Ampere) ให้เหมาะสมกับขนาดสายไฟและโหลดที่ใช้งาน รวมถึงค่าพิกัดการทนกระแสลัดวงจรสูงสุด (Interrupting Capacity หรือ IC) ซึ่งมีหน่วยเป็น kA โดยค่า IC ที่สูงขึ้นจะสามารถทนต่อแรงดันกระชากจากไฟฟ้าลัดวงจรที่มีความรุนแรงได้มากขึ้น

พิกัดกระแส (Ampere)ค่า IC (kilo Ampere)การประยุกต์ใช้งานทั่วไป
10A - 25A6kAวงจรแสงสว่าง หรือปลั๊กไฟในที่พักอาศัย
16A - 63A10kAวงจรเครื่องปรับอากาศ หรือเมนเบรกเกอร์ในอาคารขนาดเล็ก
32A - 50A10kAเครื่องทำน้ำอุ่น หรือโหลดไฟฟ้ากำลังสูง

เบรกเกอร์ 2P ใช้ทำอะไรและติดตั้งอย่างไร

เบรกเกอร์ 2P ใช้สำหรับเป็นสวิตช์ตัดตอนหลัก (Main Breaker) หรือใช้ควบคุมวงจรย่อยที่ต้องการการตัดไฟทั้งสองสายเพื่อความปลอดภัยสูงสุด เช่น วงจรเครื่องทำน้ำอุ่น หรือการแยกวงจรไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ในท้องตลาดมีแบรนด์มาตรฐานสากลที่นิยมใช้ในโครงการก่อสร้างและงานระบบไฟฟ้า เช่น Schneider ชไนเดอร์ อิเล็คทริค, Mitsubishi Electric, SIEMENS, ABB, SAFE-T-CUT, HACO และ BTICINO

ในการประมาณการงบประมาณ ค่าของเบรกเกอร์แต่ละรุ่นจะมี ราคา ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับพิกัดกระแส ค่า IC และแบรนด์ของผู้ผลิต โดยผู้รับเหมาและวิศวกรไฟฟ้าควรตรวจสอบสเปกให้ตรงตามแบบแปลนไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์สามารถทำงานประสานกัน (Coordination) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก.