
ลวดเชื่อม 2.0 มิล
รวบรวม ลวดเชื่อม ราคาถูก เรามีลวดเชื่อมให้เลือกซื้อหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นลวดเชื่อมเหล็ก ลวดเชื่อมสแตนเลส รวมไปถึงลวดเชื่อมทังสเตน นอกจากนี้ยังมีให้เลือกซื้อหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็น 2.0 มิล หรือขนาดอื่นๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ ลวดเชื่อม ราคาโรงงาน พร้อมจัดส่งทั่วประเทศ
แบรนด์สินค้า
ลวดเชื่อม 2.0 มิล คืออะไร
ลวดเชื่อม 2.0 มิล คือลวดเชื่อมไฟฟ้าที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแกนลวด 2.0 มิลลิเมตร ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มลวดเชื่อมขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการเชื่อมชิ้นงานที่มีความบางหรือการเชื่อมในจุดที่ต้องการความละเอียดสูง เพื่อป้องกันไม่ให้ชิ้นงานทะลุหรือเกิดการบิดตัวจากความร้อนที่มากเกินไป
ประเภทของลวดเชื่อมขนาด 2.0 มม. ใช้ทำอะไร
ลวดเชื่อมขนาดนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานตามประเภทของวัสดุที่ต้องการประสาน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งานบนหน้างานก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม ดังนี้
- ลวดเชื่อมเหล็ก: ใช้สำหรับเชื่อมต่อเหล็กโครงสร้างทั่วไป เหล็กรูปพรรณ หรือชิ้นงานเหล็กที่มีความหนาน้อย โดยมีมาตรฐานการผลิตที่เน้นการให้แนวเชื่อมที่เรียบเนียนและเคาะสแลกออกได้ง่าย เช่น รุ่น FT-51 ของ Yawata หรือลวดเชื่อมเหล็กจาก KOVET และ GEMINI
- ลวดเชื่อมสแตนเลส: ใช้สำหรับงานเชื่อมวัสดุสแตนเลสที่ต้องการความแข็งแรงและการทนต่อการกัดกร่อน เช่น เกรด 308L ซึ่งมักใช้ในงานตกแต่ง งานท่อ หรืออุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสสารเคมีและน้ำ
การเลือกขนาดและแบรนด์ลวดเชื่อมให้เหมาะสม
การเลือกใช้ลวดเชื่อมควรพิจารณาจากชนิดของวัสดุและกระแสไฟที่ใช้ โดยราคาและคุณภาพจะขึ้นอยู่กับส่วนผสมของฟลักซ์ที่หุ้มแกนลวด ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกัน
| แบรนด์ | ประเภทวัสดุ | รุ่น/เกรดที่พบบ่อย | ขนาดแกน x ความยาว (มม.) |
|---|---|---|---|
| Yawata (ยาวาต้า) | เหล็ก / สแตนเลส | FT-51 / สแตนเลส | 2.0 x 250 หรือ 300 |
| GEMINI | เหล็ก / สแตนเลส | D1 / 308L | 2.0 x 300 |
| KOVET (โคเวท) | เหล็ก | ลวดเชื่อมเหล็กทั่วไป | 2.0 มม. |
ข้อแนะนำในการใช้งานสำหรับช่าง
สำหรับการใช้ลวดเชื่อม 2.0 มิล ควรปรับระดับกระแสไฟ (Ampere) ให้เหมาะสมกับความหนาของชิ้นงาน หากใช้ไฟแรงเกินไปจะทำให้ลวดเชื่อมละลายเร็วและชิ้นงานทะลุ แต่หากไฟอ่อนเกินไปจะทำให้การหลอมละลายไม่สมบูรณ์และเกิดรอยนูนที่แนวเชื่อม ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบรายละเอียดทางเทคนิคและ ราคา ของแต่ละรุ่นได้ที่ OneStockHome เพื่อเลือกใช้ให้ตรงกับมาตรฐานงานวิศวกรรมและข้อกำหนดของโครงการ
