การถมที่ดิน

การถมที่ดิน
ก่อนที่เราจะเริ่มสร้างบ้าน สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเป็นอย่างแรกคือ การเตรียมที่ดินให้พร้อมต่อการมีบ้าน หรืออาคาร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับพื้นที่ตัวอาคารมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันเหตุการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อีกด้วย
หลักพิจารณาในการถมดิน
- ระดับน้ำที่เคยท่วม หรือ ประวัติน้ำท่วมของพื้นที่นั้นๆ
- ระดับน้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะ โดยสามารถเช็ดได้กับหน่วยงานราชการ
- ระดับพื้นดินโดยรอบ โดยนิยมถมสูงกว่าถนนหน้าบ้าน ประมาณ 50 – 80 ซม. แต่ไม่เกิน 80 – 100 ซม. เพราะอาจทำให้เกิดแรงดันจากรั้ว ความลาดชันที่มากเกินไป ปัญหาน้ำท่วมเข้าบ้านเพื่อนบ้านใกล้เคียง
- ระดับพื้นดินอยู่ต่ำกว่าถนน
- พื้นที่บ้านเป็นบ่อ หรือ บึง
- ความต้องการย้ายตำแหน่งสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟฟ้า มิเตอร์ประปา ท่อประปา
- มีบ้าน หรือ อาคารเก่าต้องรื้อออก
วิธีการถมที่ดิน
แบ่งออกเป็น 2 วิธี
- การถมแบบอัด
- การถมแบบไม่อัด
การถมแบบอัด โดยการเทดินและใช้รถบดอัด บดอัดทีละชั้น ชั้นละ 30 – 50 ซม. จนได้ระดับที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้ดินที่อัดแน่น ไม่ทรุดง่ายเมื่อเวลาผ่านไป
การถมแบบไม่อัด คือการถมดินให้ได้ความสูงตามที่ต้องการ แล้วบดอัดหน้าดินเพียงครั้งเดียว โดยไม่ควรสูงเกิน 1 เมตร เพราะทำให้มีโอกาสทรุดตัวในอนาคต
ไม่ควรถมดินในหน้าฝนเพราะจะทำให้ดินไหลออกมา ทำให้เกิดการสูญเสีย ทั้ง 2 วิธีควรจะถมดินในช่วงหน้าแล้ง เพราะทำให้สะดวกในการทำงาน การถมดินมีคุณภาพ
ดินที่ใช้ในการถม
- ดินลูกรัง
- ดินเหนียว
- ดินทราย
- หน้าดิน
ดินลูกรัง มีลักษณะค่อนข้างแข็ง สีออกน้ำตาล หรือสีแดง สามารถบดอัดได้ดี แน่นแข็ง เหมาะแก่การถมเพื่อทำผิวถนนคอนกรีต
ดินเหนียว ลักษณะดินเป็นเนื้อละเอียด สีออกเทาปนน้ำตาล มีคุณสมบัติทึบน้ำ อุ้มน้ำได้ดี ในบริเวณกรุงเทพและปริมรฑลนิยมใช้ดินประเภทนี้ในการถม เพราะหาได้ง่าย ราคาไม่แพง
ดินทราย จะมีส่วนประกอบของทรายประมาณ 70 เปอร์เซ็น มีคุณสมบัติไม่อุ้มน้ำ ง่ายต่อการกัดกร่อน ต้องใช้ฝีมือในกาบดอัด เพื่อป้องกันดินไหลไปยังบริเวณข้างเคียง และไม่ให้เกิดการทรุดตัว
หน้าดิน หรือ ดินที่อยู่ด้านบนระดับ 0.00 – 0.5 เมตร มีสีดำ เหมาะแก่การปลูกพืช แต่มีราคาที่สูงกว่าดินประเภทอื่น
ขั้นตอนการถมที่ดิน
- เคลียร์พื้นที่ ตัดต้นไม้ กำจัดพืช ย้ายเศษหิน
- ตรวจ เช็ค ดินที่นำมาถม ห้ามมีสิ่งแปลกปลอม
- บดอัดดิน ด้วยรถเกลี่ยดิน โดยจะมีการรดน้ำไปบนหน้าดินแต่ชั้น เพื่อให้ดินมีความแน่น โดยในขั้นตอนนี้จำเป็นที่จะต้องใช้ผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบปริมาณน้ำ
- ปาดผิวหน้าดินโดยใช้รถเกรด
- ตรวจสอบความแน่นของดิน โดยควรใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบขั้นตอนนี้
