เหล็กไวด์แฟลงจ์ เหล็กไวด์แฟรงค์ WF มอก. ราคาถูก Wide Flange

เหล็ก ไวด์แฟลงจ์ ไวด์แฟรงค์ Wide Flange WF มอก. ราคาถูก

เหล็กไวด์แฟรงค์ ปรับราคาขึ้น 17 ก.ค. 61 อีก +50 สต.

 เหล็กไวด์แฟลงจ์ WF ลักษณะที่เด่นชัด ของเหล็กประเภทนี้ คือขนาดท่อนกลางยาวกว่าปีก จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ในประเทศไทย Wide Flange ไวด์แฟลงจ์ ไวด์แฟรงค์ ที่มี จะอยู่ในหมวดของ H Beam เพียงแค่สังเกตขนาดที่ไม่เท่ากันเท่านั้น ก็จะสามารถระบุได้ว่าเป็น ไวด์แฟรงค์ ในบ้านเรามักรวมเหล็กประเภทนี้อยู่ใน มอก. ของ H-Beam เนื่องจากมีการผลิตที่เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของเหล็กไวด้แฟลงจ์ เมื่อเทียบกับ เอชบีม ก็คือขนาด บริเวณ Web และ Flange ที่ไม่เท่ากันของเหล็ก Wide Flange เหมาะกับงานโครงสร้างอาคาร งานก่อสร้างสะพาน คาน 

เหล็กไวด์แฟรงค์ ที่เคลือบสีสำเร็จ

เหล็กไวด์แฟรงค์ เคลือบสีสำเร็จ หรือที่เรียกกันว่าเหล็ก ไพรเมอร์บอนด์ Primer Bond ซึ่งผลิตโดย SYS โดยตรง ทำให้ได้เหล็กที่คงทน สามารถใช้งานได้ทันที ประหยัดเวลาทาสี หรือเคลือบสี


เหล็กไวด์แฟรงค์,เคลือบสี,สีดำ,สีฟ้า,วายแฟรงค์,เคลือบสีดำ,wf สีดำ,wf สีฟ้า



ข้อดีของการใช้เหล็กรูปพรรณรีดร้อน

  • ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยของโครงการ เปิดใช้งานได้รวดเร็ว 
  • เตรียมงานจากโรงงานได้ และใช้แรงงานน้อยกว่าการก่อสร้างด้วยระบบอื่น
  • ออกแบบโครงสร้างให้มีช่วงเสากว้าง กว่าโครงสร้างระบบอื่น ไม่เปลืองพื้นที่ใช้งาน
  • ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้หลากหลายเช่น ตัดโค้ง ทำใครงสร้างโปร่ง หรือทำส่วนยื่่นได้มาก
  • โครงสร้างมีน้ำหนักเบา ทำให้ประหยัดฐานราก ลดการขนส่ง และพื้นที่กองเก็บวัสดุ
  • ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ และบำรุงรักษาได้สะดวกกว่าโครงสร้างอื่น 
  • มีความแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว ได้ดีกว่าโครงสร้างระบบอื่น 
  • ก่อสร้างในที่จำกัดได้สะดวก ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่น
  • ดัดแปลง ต่อเติม หรือรื้อไปสร้างใหม่ได้ ไม่ต้องทุบทิ้ง 
  • สามารถนำวัสดุมาหมุนเวียนได้ 100%  

ขั้นตอนการผลิตโดยสังเขป

เนื่องจากผลิตโดยการหลอมและรีดร้อนขึ้นเป็นท่อน เหล็กโครงสร้างชนิดนี้จึงมีเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ ดังนั้นคุณสมบัติของหน้าตัดจึงสม่ำเสมอกว่าเหล็กโครงสร้างชนิดอื่นเช่น เหล็กรูปพรรณกลวงซึ่งทำจากเหล็กม้วนและเชื่อมตามยาว กับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบที่ทำจากเหล็กแผ่นสามชิ้นเชื่อมเข้าด้วยกัน 

ข้อแตกต่างระหว่างเหล็ก เอชบีม H-Beam ไอบีม I-Beam ไวด์แฟลงจ์ Wide-Flange

i beam h beam difference

เหล็ก เอชบีม H-Beam ต่างกับ I-Beam อย่างไร? 

เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ 

ด้านการนำไปใช้งาน ของ H-Beam กับ I-Beam 

เหล็กเอชบีม H-beam

เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน

เหล็กไอบีม I-beam 

เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น H 300x150x6.5x9mm. นน. 36.7 กก./ม. I 300x150x8x13mm. นน. 48.3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%

ด้านลักษณะรูปร่าง 

จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน 

ทำไมจึงไม่มีเหล็ก Wide Flange จากแคตตาล็อกของโรงงาน

เหล็กไวด์แฟรงค์ Wide Flange ไวด์แฟรงก์ เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของเหล็กที่มีหน้าตัดแบบเป็นตัวเอช(H) โดยตัว “ปีก” ของเหล็ก ในภาษาอังกฤษนั้นก็คือ Flange ดังนั้น Wide Flange ก็อาจจะแปลให้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า คือเหล็กที่มี “ปีก” กว้างออกไปทั้งซ้ายและขวา จากแกนกลางนั่นเอง ซึ่งเป็นชื่อเรียกตามมาตรฐานประเทศสหรัฐอเมริกา 


wide,flange,ไวด์แฟลงค์,ไวด์แฟร๊งค์,วายแฟร๊งค์,วายแฟ๊ง,วายแฟร๊งค์,เหล็กวายด์แฟร๊งค์

 

เหล็ก,sm520,ss400,แตกต่างกันอย่างไร

เหล็ก SM520 เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า

คานเล็กลง ทำให้มีระยะ Ceiling Height เพิ่มขึ้น มีผลให้อาคารโปร่ง โล่ง ดูกว้างยิ่งขึ้น เสาเล็กลง จากเสาขนาด H300x300 สามารถใช้เหลือเพียง H200x200 เพิ่มพื้นที่ได้ 5x5 cm = 25 sqcm ต่อเสา 1 ต้น ทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยในอาคารเพิ่มขึ้น จัดตกแต่งภายในได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โครงสร้างหลังคาเหล็กลง ทำให้เก็บของได้สูงมากยิ่งขึ้น

เหล็ก SM520 ลดต้นทุนได้มากกว่า

นอกจากน้ำหนักโครงสร้างที่ลดลงแล้ว ยังสามารถลดค่าขนส่ง และเพิ่ม Fire Protection ได้สูงสุดถึง 20%

เหล็ก SM520 เวลาการก่อสร้างน้อยกว่า

SM520 มีความหนาลดลงและเส้นรอบรูปที่ลดลง ทำให้ใช้เวลาเชื่อมเหล็กเพื่อต่อทางเสาและคานน้อยลง ใช้เวลาในการขึ้นโครงสร้างน้อยกว่า ขนาดเหล็กที่เล็กลง ทำให้มีพื้นผิวเหล็กน้อยลง Sandblast ลดปริมาณการใช้สีรองพื้น สีกันสนิม และสีกันไฟ ประหยัดได้มากกว่าเดิม การติดตั้ง SM520 ทำให้งานโครงสร้างเหล็กลง น้ำหนักโครงสร้างน้อยกว่า SS400 สะดวกในการใช้เครน ติดตั้ง หรือกำลังของเครนลดน้อยลงได้SM520 มีขนาดเล็กกว่า ขนส่งได้จำนวนมากขึ้น ลดจำนวนรอบในการขนส่ง