ฉนวนกันเสียง ร็อควูล ROCKWOOL ดูกราฟราคา

ฉนวนกันเสียง ร็อควูล ROCKWOOL

ฉนวนกันเสียง ร็อควูล ROCKWOOL ถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อใช้สำหรับงานผนังฉนวนกันเสียง เหมาะกับผนังทุกระบบ และเหมาะสําหรับงานกันเสียงในโรงพยาบาล โรงหนัง โรงเรียน ออฟฟิศ ที่อยู่อาศัย หรือ อาคารอุตสาหกรรม ฉนวนกันเสียง ประเภท ร๊อกวูลนี้ ผลิตมาจาก หินบะซอลท์และหินโดโลไมท์ มีคุณสมบัติเป็นสารอนินทรีย์ ดังนั้นสารจุลินทรีย์จึงไม่สามารถทำปฏิกิริยากับเนื้อฉนวนได้ ส่งผลให้ฉนวน ROCKWOOL มีอายุการใช้งานยาวนานตลอดอายุการใช้งานของตัวอาคาร เนื่องจากเนื้อฉนวนจึงไม่มีการเน่าเปื่อย และไม่เป็นเชื้อรา ปราศจากสาร CFCs, HFCs, HCFCs จึงมีความปลอดภัยสำหรับการใช้งาน เนื่องจากเส้นใยของหินภูเขาไฟมีขนาดที่ใหญ่และปลายมน จัดอยู่ในประเภทเส้นใยที่ไม่ใช่แร่ใยหิน (Asbestos) จึงไม่ก่อให้เกิดมะเร็งสำหรับผู้ใช้งานหรือผู้ที่สูดดมเส้นใยเข้าไป


safe,n,silent,safe and silent,best,price 

คุณสมบัติพิเศษ ฉนวนกันเสียง ร็อควูล ROCKWOOL

  • มีคุณสมบัติเป็น สารจุลินทรีย์ ซึ่งไม่สามารถทำลายเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ ทำให้ฉนวนไม่เน่าเสีย และไม่เป็นเชื้อรา
  • ดูดซับเสียงได้ดี ทำให้ช่วยลดเสียงสะท้อนกลับภายในห้องนั้น ๆ 
  • กั้นเสียงได้ดี ทำให้ช่วยช่วยลดเสียงระหว่างห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง
  • ป้องกันไฟ และชะลอการลามไฟในขณะเกิดอัคคีภัย โดยได้รับมาตรฐานการทนไฟ ที่จัดอยู่ในประเภทวัสดุทนไฟระดับ A1 (EN13501-1)


คุณสมบัติพิเศษ ฉนวนกันเสียง ร็อควูล ROCKWOOL มีคุณสมบัติเป็น สารจุลินทรีย์ ซึ่งไม่สามารถทำลายเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ ทำให้ฉนวนไม่เน่าเสีย และไม่เป็นเชื้อรา ดูดซับเสียงได้ดี ทำให้ช่วยลดเสียงสะท้อนกลับภายในห้องนั้น ๆ  กั้นเสียงได้ดี ทำให้ช่วยช่วยลดเสียงระหว่างห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง ป้องกันไฟ และชะลอการลามไฟในขณะเกิดอัคคีภัย โดยได้รับมาตรฐานการทนไฟ ที่จัดอยู่ในประเภทวัสดุทนไฟระดับ A1 (EN13501-1) 

  

การใช้งานฉนวนกันเสียง ROCKWOOL

ฉนวน ROCKWOOL สามารถปกป้องคุณจากความร้อน ไปพร้อมกับการกั้นเสียงรบกวน ดังนั้นการนำเอาฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ไปใช้ร่วมกับงานในระบบต่าง ๆ จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพของงานทั้งงานระบบผนัง และ ฝ้า โดยมีการใช้งานดังต่อไปนี้

งานระบบผนังเบา Dry Wall : ผนังเบา คือการสร้างผนังที่มีน้ำหนักเบา เพื่อใช้ในการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้ชัดเจน และ เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น แต่การกั้นด้วยผนังเบานั้นไม่อาจกันเสียงได้ดี เพราะอาจกั้นได้เพียงแค่พื้นที่ที่เรามองเห็นเท่านั้น แต่ไม่สามารถกั้นเสียงได้ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวน การใช้ฉนวน ROCKWOOL ร่วมกับระบบผนังเบา จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยลดความดังของเสียงที่สามารถทะลุผ่านระหว่างห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งได้เป็นอย่างดี


การใช้งานฉนวนกันเสียง ROCKWOOL ฉนวน ROCKWOOL สามารถปกป้องคุณจากความร้อน ไปพร้อมกับการกั้นเสียงรบกวน ดังนั้นการนำเอาฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ไปใช้ร่วมกับงานในระบบต่าง ๆ จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพของงานทั้งงานระบบผนัง และ ฝ้า โดยมีการใช้งานดังต่อไปนี้  งานระบบผนังเบา Dry Wall : ผนังเบา คือการสร้างผนังที่มีน้ำหนักเบา เพื่อใช้ในการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้ชัดเจน และ เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น แต่การกั้นด้วยผนังเบานั้นไม่อาจกันเสียงได้ดี เพราะอาจกั้นได้เพียงแค่พื้นที่ที่เรามองเห็นเท่านั้น แต่ไม่สามารถกั้นเสียงได้ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวน การใช้ฉนวน ROCKWOOL ร่วมกับระบบผนังเบา จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยลดความดังของเสียงที่สามารถทะลุผ่านระหว่างห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งได้เป็นอย่างดี 


งานระบบฝ้า Ceiling :  งานระบบฝ้าจะอยู่ในส่วนด้านบนของห้อง จะต้องมีคุณสมบัติด้านการต้านทานความร้อน และการป้องกันไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเข้ามาภายในบริเวณห้อง โดยฉนวนกันความร้อน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ผ่านการทดสอบมาตรฐานค่าการนำความร้อน ASTM C518 ซึ่งหมายถึงฉนวน ROCKWOOL สามารถช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอก และช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย และสามารถป้องกันเสียงรบกวนที่ส่งผ่านจากด้านบนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนเหล่านั้นสามารถทำได้โดยการสร้างเพดานที่มีระบบป้องกันเสียงรบกวน เริ่มจากการสร้างโครง C-line หรือ โครง T-bar ที่ยึดโยงกับจุดรับน้ำหนักหลักของอาคาร หลังจากนั้นก็ทำการวางแผ่นฉนวนกันเสียง ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro เข้าไปบนโครงด้านบน แล้วจึงทำการปิดด้วยการตีแผ่นยิปซัม และเก็บรายละเอียดในขั้นตอนสุดท้ายของการทำฝ้า


งานระบบฝ้า Ceiling :  งานระบบฝ้าจะอยู่ในส่วนด้านบนของห้อง จะต้องมีคุณสมบัติด้านการต้านทานความร้อน และการป้องกันไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเข้ามาภายในบริเวณห้อง โดยฉนวนกันความร้อน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ผ่านการทดสอบมาตรฐานค่าการนำความร้อน ASTM C518 ซึ่งหมายถึงฉนวน ROCKWOOL สามารถช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอก และช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย และสามารถป้องกันเสียงรบกวนที่ส่งผ่านจากด้านบนได้เป็นอย่างดี 


ระบบผนังคอนกรีต และ ใต้ท้องพื้นคอนกรีต :   สำหรับห้องที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงนั้นปัญหาสำคัญคือ การควบคุมเสียงเพื่อไม่ให้ไปรบกวนบริเวณรอบข้าง อาทิเช่น ห้องซ้อมดนตรี โรงละคร โรงหนัง หรือแม้แต่ห้อง Generator หรือห้องที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ซึ่งส่วนมากมักมีอยู่เฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ หรือ โรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นการควบคุมเสียง ลดปริมาณเสียงที่ดังจากห้องดังกล่าว ไม่ให้ไปรบกวนห้องข้าง ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยเพื่อช่วยให้เราสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าในทุก ๆ ตารางเมตร โดยการติดตั้งแผ่นฉนวนภายในห้องดูดซับเสียงนั้น สามารถติดตั้งได้ทั้งบริเวณด้านข้างของผนังห้อง และ ใต้เพดานห้อง ในส่วนขั้นตอนการติดตั้งของผนังและใต้เพดานนั้น สามารถเริ่มจากการกำหนดตำแหน่ง และแนวของการปูแผ่นฉนวน โดยให้ตัวหมุดยึดฉนวนมีระยะห่างอยู่ระหว่าง 15 – 30 เซนติเมตรโดยรอบ หลังจากนั้นทำการติดหมุดยึดฉนวน ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้โดยใช้กาวตะปูเป็นตัวยึด ในขั้นตอนนี้ต้องทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจได้ว่าตะปูกาว set ตัวแน่นดีพอ จึงนำเอาฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ขึ้นยึดกับหมุดยึดฉนวนตามแนวที่กำหนดไว้ โดยกดแผ่นฉนวนให้สุดความยาวของหมุด (ชิดกับพื้นผนังหรือเพดาน) แล้วจึงนำเอาแหวนรองยึดเข้ากับหมุดยึดแผ่นฉนวน แล้วหักปลายแหลมของหมุดเพื่อล็อกแหวนรองเข้ากับแผ่นฉนวน ซึ่งในขั้นตอนนี้สำหรับงานผนังด้านข้างถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ในส่วนของใต้เพดานห้อง จะต้องทำการติดตั้งตะแกรงกรงไก่ทับหน้าฉนวนอีกทีเต็มพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าแผ่นฉนวนก้นเสียง ROCKWOOL จะไม่หลุดร่วงลงมาในอนาคต 


ระบบผนังคอนกรีต และ ใต้ท้องพื้นคอนกรีต :   สำหรับห้องที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงนั้นปัญหาสำคัญคือ การควบคุมเสียงเพื่อไม่ให้ไปรบกวนบริเวณรอบข้าง อาทิเช่น ห้องซ้อมดนตรี โรงละคร โรงหนัง หรือแม้แต่ห้อง Generator หรือห้องที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ซึ่งส่วนมากมักมีอยู่เฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ หรือ โรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นการควบคุมเสียง ลดปริมาณเสียงที่ดังจากห้องดังกล่าว ไม่ให้ไปรบกวนห้องข้าง ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยเพื่อช่วยให้เราสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าในทุก ๆ ตารางเมตร 


ระบบผนังคอนกรีต และ ใต้ท้องพื้นคอนกรีต :   สำหรับห้องที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงนั้นปัญหาสำคัญคือ การควบคุมเสียงเพื่อไม่ให้ไปรบกวนบริเวณรอบข้าง อาทิเช่น ห้องซ้อมดนตรี โรงละคร โรงหนัง หรือแม้แต่ห้อง Generator หรือห้องที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ซึ่งส่วนมากมักมีอยู่เฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ หรือ โรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นการควบคุมเสียง ลดปริมาณเสียงที่ดังจากห้องดังกล่าว ไม่ให้ไปรบกวนห้องข้าง ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยเพื่อช่วยให้เราสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าในทุก ๆ ตารางเมตร 


งานระบบผนัง Cavity :   สำหรับงานระบบผนัง Cavity คือ งานระบบผนังที่ใส่แผ่นฉนวนตรงกลางซึ่งด้านหนึ่งเป็นบริเวณผนัง ที่อาจจะเป็นผนังคอนกรีต ผนังอิฐฉาบปูน หรือ ผนังที่ก่อจากวัสดุใดก็ได้ แล้วจึงทำการยึดติดแผ่นฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ด้วยหมุดยึดฉนวน ในขั้นตอนการติดตั้งแผ่นฉนวนนี้ ต้องทำการกำหนดตำแหน่ง และแนวของการปูแผ่นฉนวน โดยให้ตัวหมุดยึดฉนวนมีระยะห่างอยู่ระหว่าง 15 – 30 เซนติเมตรโดยรอบ หลังจากนั้นทำการติดหมุดยึดฉนวน ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้โดยใช้กาวตะปูเป็นตัวยึด ในขั้นตอนนี้ต้องทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจได้ว่าตะปูกาว set ตัวแน่นดีพอ จึงนำเอาฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ขึ้นยึดกับหมุดยึดฉนวนตามแนวที่กำหนดไว้ โดยกดแผ่นฉนวนให้สุดความยาวของหมุด (ชิดกับพื้นผนังหรือเพดาน) แล้วจึงนำเอาแหวนรองยึดเข้ากับหมุดยึดแผ่นฉนวน แล้วหักปลายแหลมของหมุดเพื่อล็อกแหวนรองเข้ากับแผ่นฉนวนหลังจากนั้นทำการปิดด้วยการก่อผนังซึ่งอาจใช้เป็น อิฐมวลเบา หรือ แผ่นพรีแคส (Precast) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผนัง เนื่องจากด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกันของอิฐจึงส่งผลต่อการนำไปใช้ก่อผนังที่แตกต่างกัน และคุณสมบัติของอิฐ หรือ อิฐมวลเบาต่าง ๆ เป็นวัสดุที่สามารถดูดซับน้ำ ซึ่งถือเป็นตัวการสำคัญในการดูดซับความชื้นเข้าสู่โครงสร้างของตึกและอาคาร ดังนั้นช่องระหว่างผนังจึงมีหน้าที่ในการดูดซับน้ำหรือความชื้นบางส่วน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการปกป้องโครงสร้างของอาคาร และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้ตามมาจากการใส่แผ่นฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent นั่นก็คือ คุณสมบัติในการป้องกันเสียงนั่นเอง 


งานระบบผนัง Cavity :   สำหรับงานระบบผนัง Cavity คือ งานระบบผนังที่ใส่แผ่นฉนวนตรงกลางซึ่งด้านหนึ่งเป็นบริเวณผนัง ที่อาจจะเป็นผนังคอนกรีต ผนังอิฐฉาบปูน หรือ ผนังที่ก่อจากวัสดุใดก็ได้ แล้วจึงทำการยึดติดแผ่นฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ด้วยหมุดยึดฉนวน ในขั้นตอนการติดตั้งแผ่นฉนวนนี้ ต้องทำการกำหนดตำแหน่ง และแนวของการปูแผ่นฉนวน โดยให้ตัวหมุดยึดฉนวนมีระยะห่างอยู่ระหว่าง 15 – 30 เซนติเมตรโดยรอบ หลังจากนั้นทำการติดหมุดยึดฉนวน ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้โดยใช้กาวตะปูเป็นตัวยึด ในขั้นตอนนี้ต้องทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจได้ว่าตะปูกาว set ตัวแน่นดีพอ จึงนำเอาฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent Pro ขึ้นยึดกับหมุดยึดฉนวนตามแนวที่กำหนดไว้ โดยกดแผ่นฉนวนให้สุดความยาวของหมุด (ชิดกับพื้นผนังหรือเพดาน) แล้วจึงนำเอาแหวนรองยึดเข้ากับหมุดยึดแผ่นฉนวน แล้วหักปลายแหลมของหมุดเพื่อล็อกแหวนรองเข้ากับแผ่นฉนวนหลังจากนั้นทำการปิดด้วยการก่อผนังซึ่งอาจใช้เป็น อิฐมวลเบา หรือ แผ่นพรีแคส (Precast) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผนัง เนื่องจากด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกันของอิฐจึงส่งผลต่อการนำไปใช้ก่อผนังที่แตกต่างกัน และคุณสมบัติของอิฐ หรือ อิฐมวลเบาต่าง ๆ เป็นวัสดุที่สามารถดูดซับน้ำ ซึ่งถือเป็นตัวการสำคัญในการดูดซับความชื้นเข้าสู่โครงสร้างของตึกและอาคาร ดังนั้นช่องระหว่างผนังจึงมีหน้าที่ในการดูดซับน้ำหรือความชื้นบางส่วน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการปกป้องโครงสร้างของอาคาร และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้ตามมาจากการใส่แผ่นฉนวน ROCKWOOL รุ่น Safe ‘n’ Silent นั่นก็คือ คุณสมบัติในการป้องกันเสียงนั่นเอง  



ร็อกวูล,ร็อควูล,รอกวูล,ร๊อค วูล,rock,wool,rockwool,ฉนวน ร๊อกวูล,rockwool,ล๊อกวูล,ล๊อกวูว,ล๊อควูล,ฉนวนกันเสียง,ไซเลนท์,แอนด์,เซฟ,safe n silient pro,เซฟ แอนด์ ไซเลนท์ โปร,โปร,ราคาถูก,สโตนวูล,stone,wool,stonewool