อิฐมอญ อิฐแดง อิฐมอญตัน ราคาถูก ราคาโรงงาน

อิฐมอญ อิฐแดง : อิฐมอญ 4 รู อิฐแดง 4 รู / อิฐมอญตัน / อิฐโชว์ / อิฐตัวหนอน

อิฐดินเผา / อิฐมอญ / อิฐก่อสร้างสามัญ / อิฐแดง มีการเรียกกันหลากหลายชื่อ มาตรฐานของอิฐมอญตาม วสท. ได้กำหนดขนาดของอิฐมอญไว้คือ หนา 5ซม. กว้าง 9.5ซม. และยาว 20ม. โดยอิฐจะต้องมีความสามารถในการต้านทานแรงอัดได้ไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร และจะต้องมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำได้ไม่เกิน 30%  

อิฐมอญ เป็นอิฐที่ให้ความแข็งแรง และคงทนกับผนัง อิฐมอญตัน มักใช้ักับงานผนังห้องน้ำ เพราะว่าสามารถดูดซึมน้ำได้ โดยที่ไม่ส่งผลให้ผิวผนังลอก ควรหลีกเลี่ยงการใช้อิฐมอญมีรู กับผนังภายนอก หรือผนังห้องน้ำ เพราะน้ำจะสามารถเข้าไปขังในผนังได้ ส่งผลให้มีความชื้นที่ผิวผนัง สีอาจจะลอกล่อนได้


มาตรฐาน มอก. 77-2531 ได้กำหนดขนาดของอิฐมอญไว้ ดังนี้


อิฐมวลเบา ขนาดเท่าไหร่ ขนาดเล็ก ขนาดใหญ๋ 


อิฐมอญ,ราคาถูก,อิดมอญ,อิฐมอน,อิฐ,มอญ 

อิฐมอญขนาดเล็ก ทั่วไปมีอยู่ 2 รูปแบบคือ ชนิดทำมือ (จะมีผิวขุขระ ภายนอก) และชนิดปั้นด้วยเครื่อง (จะมีผิวเรียบและทำให้เบาขึ้นด้วย เพราะรูกลวง 2-3 รู ตลอดความยาวอิฐ ขนาดเฉลี่ยทั่วไปของอิฐมอญคือ หน้าตัด 3-3.5ซม.x 6-6.5ซม. และความยาวอิฐ 14.5-15.0 ซม. แล้วแต่ขนาดที่โรงงานผลิต

อิฐมอญที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และอัดแน่น ผิวเรียบกว่ามาก เพราะอัดด้วยเครื่องจักร และนิยมใช้ก่อเป็นผนังโชว์ผิว ไม่ต้องฉาบปูนทับ ซึ่งเป็นอิฐที่ใช้ในงานตกแต่ง คือ อิฐ บปท. อิฐ บปก. ฯลฯ โดยขนาดเฉลี่ยทั่วไปของอิฐประเภทนี้คือ หนา 7 ซม. กว้าง 11ซม. และยาว 23ซม.  

อิฐมอญ,ราคาถูก,อิฐมอน 


อิฐมอญ,อิฐมอน,อิฐมอน 

เทคนิคการก่ออิฐมอญ มีดังนี้

  1. อิฐมอญทุกชนิดก่อนที่จะนำมาใช้ จะต้องนำไปแช่น้ำให้อิฐอิ่มตัว แล้วยกออกมาวางไว้ให้ผิวอิฐแห้งหมาดๆก่อน จึงจะนำไปใช้ก่อผนังได้ ซึ่งการแช่น้ำก่อนจะช่วยให้อิฐไม่ไปแย่งดูดน้ำจากปูนทรายออกมา ขณะเดียวกันการแช่น้ำก็จะช่วยให้อิฐสะอาดขึ้น ช่วยให้เกิดการยึดเหนี่ยวที่ดี 
  2. การก่ออิฐจะต้องเริ่มจากมุมก่อนเสมอ การเริมก่อจากมุมขอบผนังหรือขอบเสา จะช่วยให้ผนังมีการยึดเกาะเริ่มต้นที่มั่นคง และสามารถขึงเส้นเอ็นจากมุมหนึ่งไปอีกมุมหนึ่ง เพื่อให้แนวของผนังได้แนวตรง 
  3. การก่ออิฐ นอกจากต้องขึงเอ็นแนวราบแล้ว ยังต้องขึงเอ็นในแนวดิ่งด้วย เพื่อป้องกันการก่ออิฐมอญ ที่ไม่ได้แนวตรง คดไปคดมา หรือผนังไม่ได้ดิ่ง ซึ่งเป็นปัญหาให้ต้องมาฉาบปูนพอกเพื่อช่วยแก้งานผนังนั้น ให้แลดูตรง และได้ดิ่งภายหลัง และยังจะทำให้ผนังมีน้ำหนักมากขึ้น เป็นภาระต่อโครงสร้างอาคารต่อไป 
  4. แนวปูนก่อ หรือความหนาของปูนก่อ ควรมีความหนาอยู่ระหว่าง 1-2 เซนติเมตร เพื่อช่วยให้การยึดเหนี่ยวระหว่างก้อนอิฐได้ดี ปูนทรายควรมีความเข้มข้นเหลวที่พอดี ถ้าแนวปูนก่อนหนาน้อยกว่า 1ซม. จะทำให้การยึดเกาะด้อยลง และการถ่ายน้ำหนักของผนังอิฐ จะทำได้ไม่ดี แต่ถ้าหนาเกิน 2 ซม. ก็จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับผนัง และสิ้นเปลืองปูนทรายมาก 
  5. ผนังอิฐที่เริ่มก่อจากขอบเสา ที่ขอบเสานั้น จะต้องมีการเสียบเหล็กหนวดกุ้งไว้ เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะเกี่ยวผนังอิฐ โดยทั่วไป เหล็กหนวดกุ้ง มีขนาด 6มม. ยาวประมาณ 40-50 ซม. เสียบที่เสาระยะห่างกันประมาณ 30-40 ซม. ผนังที่ไม่มีเหล็กหนวดกุ้งยึดเหนี่ยวอาจจะมีการแตกร้าวง่าย โดยเฉพาะเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือน
  6. ผนังอิฐที่มีการเว้นช่องเปิดไว้ เช่น ช่องประตู ช่องหน้าต่าง จะต้องมีการเสริมเสาเอ็น และคานเอ็น Lintels  รัดรอบ เพื่อทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักผนังอิฐ และป้องกันการยึดหดตัวของวงกบไม้ ปัญหาที่เกิดจากการไม่มีเสาเอ็น และคานเอ็นนั้น เราจะพบเห็นได้บ่อยๆ ที่มุมของวงกบ ประตู หรือหน้าต่าง ว่าจะมีรอยแตกร้าวขึ้น
  7. ผนังอิฐที่มีความกว้างเกินประมาณ 3-4เมตร หรือสูงเกิน 3เมตร ควรมีการเสริมเสาเอ็น และคานเอ็น เพื่อทำหน้าที่ให้ผนังใช้เป็นที่ยึดเกาะ หรือเป็นการช่วยกระจายน้ำหนักผนังให้สม่ำเสมอ จะช่วยให้ผนังมีความแข็งแรงมากขึ้น
  8. การก่อผนังอิฐหรือฉาบปูน จะต้องวางแผนก่อหรือฉาบด้วย ไม่ควรก่อผนังอิฐมอญด้านในที่มีแสงแดดจัดส่อง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาที่บังแดดมาบังการก่อหรือฉาบ ในขณะที่แสงแดดจัดส่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผนังนั้นแห้งเร็วเกินไป ป้องกันการแตกร้าวได้ในภายหลัง
  9. การก่อผนังอิฐจนเกือบถึงใต้คานชั้นบน ควรหยุดเว้นช่องไว้ประมาณ 10-20ซม. ประมาณ 3-5วัน เพื่อรอให้คานคอนกรีตนั้นแอ่นตัวจนอยู่ตัว หรือรอให้ผนังที่เพิ่งก่อเสร็จใหม่ๆนั้นยุบตัวให้คงที่เสียก่อน จึงค่อยก่ออิฐเดิมให้เต็มใต้ท้องคาน จะทำให้ไม่เกิดปัญหาการแตกร้าวของผนังอันเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าว

Credit: วัสดุวิศวกรรมก่อสร้าง รศ.กวี หวังนิเวศน์กุล